สำนักข่าว CNN รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังเตรียมความพร้อมที่จะทำสงครามครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ซึ่งอาจเป็นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ภายในเวลา 96 ชั่วโมง หลังได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
รายงานระบุว่า ขณะนี้ สหรัฐได้ส่งกำลังทหารเข้าประจำการในตะวันออกกลางในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการดำเนินปฏิบัติการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐบางรายเชื่อว่า ปธน.ทรัมป์อาจออกคำสั่งโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อก่อนสิ้นปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย.
รายงานระบุว่า ขอบเขตของปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างกว่าการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมายเพียงการทำลายระบบเรดาร์ ฐานยิงขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ของอิหร่านที่สามารถฟื้นฟูหรือสร้างทดแทนได้อย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐประเมินว่า ขณะนี้อิหร่านและกลุ่มฮูตีไม่น่าจะเป็นฝ่ายเปิดฉากชิงโจมตีก่อนต่อสหรัฐหรืออิสราเอล
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐและอิสราเอลได้จัดทำแผนการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ โดยเป้าหมายการโจมตีจะครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน โรงงานและสถานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ ตลอดจนคลังขีปนาวุธและโดรน
นอกจากนี้ มีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาใช้ระเบิด GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast หรือ MOAB ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง (Mother of All Bombs) ในการโจมตีอิหร่าน
นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐและอิสราเอลได้เพิ่มความเข้มข้นของการฝึกซ้อมทางทหาร รวมทั้งการส่งเครื่องบินรบบินเหนือน่านฟ้าอิรักเพื่อฝึกซ้อมยุทธวิธีการโจมตี
รายงานยังระบุว่า นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้พบกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างการเดินทางเยือนอิสราเอลโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดฉากโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ