ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดลบ $1.51 หลังซาอุฯเจรจาอิหร่านเพื่อลดตึงเครียดในตอ.กลาง

ข่าวต่างประเทศ Tuesday October 27, 2026 06:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (26 ต.ค.) หลังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียได้เจรจากับอิหร่านเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ยังคงทำให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย และทำให้ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.51 ดอลลาร์ หรือ 1.46% ปิดที่ 101.76 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 91 เซนต์ หรือ 0.78% ปิดที่ 115.81 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดปรับตัวลง หลังจากมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน เดินทางไปยังอิหร่านในวันจันทร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งการหารือครั้งนี้ถือเป็นการติดต่อระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับประเทศทั้งสาม นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำสงครามโจมตีอิหร่าน ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามไปยังซาอุดีอาระเบียและเยเมน

กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า เจ้าชายคอลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เข้าพบมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และโมห์เซน เรซาอี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ในวันจันทร์ เพื่อผลักดันความพยายามลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย และส่งเสริมการเจรจาและแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดช่องทางการเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีก

สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ในตอนท้ายของการเจรจา ประเทศทั้งสี่เห็นพ้องที่จะดำเนินการเจรจาต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังจากกลุ่มฮูตีได้ทำการโจมตีแท่นสูบน้ำมันซึ่งตั้งอยู่บนท่อส่ง East-West ของซาอุดีอาระเบีย และสนามบินริยาดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านสำนักข่าว CNN รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเตรียมความพร้อมที่จะทำสงครามครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ซึ่งอาจเป็นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ภายในเวลา 96 ชั่วโมง หลังได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า ขณะนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทหารเข้าประจำการในตะวันออกกลางในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการดำเนินปฏิบัติการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น โดยขอบเขตของปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างกว่าการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมายเพียงการทำลายระบบเรดาร์ ฐานยิงขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ของอิหร่านที่สามารถฟื้นฟูหรือสร้างทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายเชื่อว่า ปธน.ทรัมป์อาจออกคำสั่งโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อก่อนสิ้นปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ