CIB ขยายผลปฏิบัติการปัดกวาดบ้านหนองจานบุกทลายฟาร์มบัญชีม้านิติบุคคล 1,500 บริษัท แก๊งข้ามชาติหลอกโอนยับ 379 ล้าน

ข่าวทั่วไป Tuesday October 27, 2026 13:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์


ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ สั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกันจับกุม

  1. น.ส.ภูริชญา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี
  2. Mr. ZHI (จือ) อายุ 35 ปี สัญชาติมาเลเซียสถานที่จับกุม บ้านพักใน จ.เชียงใหม่
  3. น.ส.นิภาพรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
  4. น.ส.อาทิตยา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี
  5. น.ส.ศิญารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี สถานที่จับกุม บ้านพักใน จ.กรุงเทพมหานคร
  6. น.ส.ครัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สถานที่จับกุม บ้านพักใน จ.เพชรบุรี
  7. น.ส.พัทธนันธ์ สงวนนามสกุล อายุ 38 ปี
  8. น.ส.ธนิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สถานที่จับกุม บ้านพักใน จ.อุดรธานี
  9. นายเจนณรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สถานที่จับกุม บ้านพักใน จ.สงขลา

โดยผู้ต้องหาที่ 1-9 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันจัดหาและซื้อขายบัญชีม้า, ร่วมกันฟอกเงินและสมคบ กันฟอกเงิน

  1. นายสรวิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สถานที่จับกุม ที่พักใน จ.พังงา
  2. นางสาวสุภาพ สงวนนามสกุล อายุ 35 ปี สถานที่จับกุม บ้านพักใน จ.นครราชสีมา

โดยผู้ต้องหาที่ 10-11 กระทำความผิดฐาน กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้สืบเนื่องจากช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้เปิดปฏิบัติการ ปัดกวาดบ้านหนองจาน ล้างโกดังทหารเขมรเถื่อน ดำเนินคดีและออกหมายจับนายทหารยศพันเอก พร้อมครอบครัวชาวกัมพูชาและ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับโกดังสแกนหน้าบัญชีม้าแล้วกว่า 21 คน ต่อมาได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางโดย กองบังคับการปราบปราม ดำเนินการสืบสวนขยายผลในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม

กก.2 บก.ป. ได้ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สืบสวนหาขบวนการที่คอยจัดหาบัญชีม้าให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงิน รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ จนพบกลุ่มขบวนการ DK Global Group ที่มีหัวหน้ากลุ่มคือ Mr. Chia Chun หรือ Dave สัญชาติมาเลเซีย ที่เห็นช่องทางทำธุรกิจสีเทาด้วยการหาบัญชีม้า (คนไทย) เพื่อขายให้กลุ่ม ธุรกิจผิดกฎหมาย โดยได้ว่าจ้างกลุ่มคนไทยที่ทำงานในมาเลเซีย (KTV, บ่อนกาสิโน หรือเว็บพนัน ฯลฯ) ชักชวนคนไทย ผ่านโซเชียลมีเดียให้มาเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปขายแลกกับค่าตอบแทน

เมื่อประมาณกลางปี 2567 ขบวนการฯ เริ่มเปลี่ยนรูปแบบจากการขายบัญชีม้าบุคคล เป็นบัญชีม้านิติบุคคล เนื่องจากบัญชีธนาคารนิติบุคคลนั้นมีวงเงินหมุนเวียนสูง ไม่ต้องสแกนหน้าเพื่อใช้บัญชี มีความน่าเชื่อถือและสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้ โดยจะมอบหมายและแบ่งหน้าที่กันภายในขบวนการ ดังนี้

1. กลุ่มทำหน้าที่ Agent จะชักชวน ม้าหรือ Owner มาจดทะเบียนบริษัทและเปิดบัญชี เพื่อแลกกับค่าตอบแทน

2. สร้างกลุ่ม Telegram โดยมีม้าหรือ Owner และคนอื่นในขบวนการอยู่ในกลุ่ม และให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเข้ามาในกลุ่ม

3. กลุ่มจดทะเบียนบริษัทจะนำเอกสารไปจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ (DBD Biz Regist) เตรียมเอกสารและตราประทับบริษัทเพื่อใช้เปิดบัญชีธนาคาร

4. ม้าหรือ Owner ติวข้อมูลเบื้องต้นของบริษัทผ่าน AI เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและตบตาเจ้าหน้าที่ธนาคารให้หลงเชื่อว่าเป็นเจ้าของบริษัท

5. แอดมินแจ้งนัดหมายม้าหรือ Owner ให้ไปเตรียมการซื้อโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ด และนำไปใช้เปิดบัญชีธนาคารและทำแอปพลิเคชัน

6. โทรศัพท์ที่ผูกกับแอปพลิเคชันธนาคารถูกส่งกลับมายังจุดเก็บรวบรวม

7. กลุ่มแอดมินจะแจ้งที่อยู่ให้ส่งโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีธนาคารไปให้ลูกค้า โดยส่งผ่านจุดขนส่งพัสดุริมชายแดน เพื่อลักลอบขนออกไปใช้ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างผิดกฎหมาย

8.หากบัญชีธนาคารที่ลูกค้าใช้งานถูกอายัด หรือม้าหรือ Owner ถูกดำเนินคดีจากการใช้บัญชี จะส่งที่มไปประสานแก้ปัญหา

    จากการตรวจสอบพบบริษัทที่ถูกจดทะเบียนโดยเครือข่ายดังกล่าวไปแล้วกว่า 1,500 แห่ง เชื่อว่าถูกนำไปเปิดบัญชีธนาคารและนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงิน หรือเว็บพนันออนไลน์แล้วจำนวนหลายพันบัญชี ซึ่งพบมีความเชื่อมโยงกับ CFR กว่า 1,060 Case จาก 255 บัญชีธนาคาร ของ 189 บริษัท และพบผู้เสียหายในระบบ TPO จำนวน 311 CaselD ที่ถูกหลอกเงินเสียหายไปกว่า 379 ล้านบาท จากจำนวน 64 บัญชีธนาคาร ของ 48 บริษัท

    ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 16 ราย (หัวหน้าแก๊งหรือบอส 1 ราย, เลขาบอสหรือแอดมิน 2 ราย, ทีมจดทะเบียนนิติบุคคล 2 ราย, ทีมประสานงานเจ้าหน้าที่ 1 ราย, ทีม Agent 4 ราย, ทีม Runner 5 ราย,ผู้สนับสนุน 1 ราย) พร้อมขออนุมัติศาลอาญา ศาลจังหวัดสระแก้ว ศาลจังหวัดตาก และศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายค้นเพื่อทำการตรวจค้นและจับกุม จำนวน 20 จุด ในพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วประเทศ

    กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 รายสามารถตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคาร 239 รายการ, ตราประทับนิติบุคคล 222 รายการ, โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ 36 รายการ, ชิมการ์ด 12 รายการ, เครื่องทำตราประทับ 1 เครื่อง และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นรวมจำนวน 934 รายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดไว้ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนกก.2 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ ACSC ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน กรณีโอนเงิน แม้จะเห็นเป็นบัญชีบริษัท ดูน่าเชื่อถือ ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนโอนทุกครั้ง หากพบบุคคลมาขอเอกสารประจำตัว โดยอ้างว่าจะนำไปใช้เปิดบริษัทหรือเปิดบัญชีธนาคาร ขอให้อย่าได้หลงเชื่อบุคคลดังกล่าว และขอให้รีบแจ้งมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือสถานีตำรวจใกล้เคียง เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป


      เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ