ครม. ไฟเขียว 3 โครงการเกษตร แม่โขง-ล้านช้าง หนุนเพิ่มรายได้-ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday October 27, 2026 15:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี 2568 และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในความตกลงดังกล่าว เพื่อรับงบประมาณสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 550,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18.5 ล้านบาท สำหรับดำเนิน 3 โครงการสำคัญ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับ 3 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย

  1. ยกระดับชา ทุเรียน และกาแฟ เพิ่มคุณภาพ-เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร วงเงินประมาณ 3.26 ล้านบาท ดำเนินการโดยกรมวิชาการเกษตร มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป และมาตรฐานคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยกระดับคุณภาพผลผลิต และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการตลาด
  2. ส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อยหลังนา เพิ่มรายได้-ลดเสี่ยงภัยแล้ง วงเงินประมาณ 6.08 ล้านบาท ดำเนินการโดยกรมวิชาการเกษตร ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแพร่ ส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือก เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองฝักสด ถั่วลิสง และข้าวโพดหวาน เพื่อให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้หลังฤดูทำนา
  3. ลดการเผาเศษวัสดุเกษตร เปลี่ยนของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ วงเงินประมาณ 9.16 ล้านบาท ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคนิคการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ส่งเสริมการนำกลับมาใช้ประโยชน์แทนการเผา เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาฝุ่นควัน พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างมูลค่าจากเศษวัสดุทางการเกษตร

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 3 โครงการ มีระยะเวลาดำเนินการโครงการละ 36 เดือน โดยฝ่ายจีนจะโอนงบประมาณสนับสนุนเต็มจำนวนให้แก่ฝ่ายไทยภายใน 20 วันทำการ หลังลงนามในความตกลง ซึ่งมีกำหนดลงนามภายในเดือนตุลาคม 2569

เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การนำองค์ความรู้ และเทคโนโลยี มาช่วยให้เกษตรกรไทยผลิตสินค้าได้มีคุณภาพมากขึ้น ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า มีทางเลือกในการสร้างรายได้ และลดการเผาในพื้นที่เกษตร เพราะการพัฒนาภาคเกษตรที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่ต้องช่วยให้เกษตรกรลดความเสี่ยง เพิ่มมูลค่าสินค้า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ