TTB จ่อขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ให้ HNW-สถาบันช่วง 17-23 พ.ย. 69 ชูดอกเบี้ยราว 2.60-2.80% ต่อปี

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday October 27, 2026 17:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นางสาวสมคิด ปรีชาสัมมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทยธนชาต [TTB] หรือ ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบี เตรียมเสนอขายตราสารด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน และมีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ครั้งที่ 1/2569 แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่และสถาบัน (HNW&II) ทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

โดยเป็นตราสารด้อยสิทธิระยะยาว อายุ 10 ปี 3 เดือน ประมาณการอัตราดอกเบี้ยระหว่าง [2.60% 2.80%] ต่อปี และรับดอกเบี้ยคงที่ทุก 3 เดือนตลอดอายุตราสาร เตรียมเปิดให้จองซื้อและชำระเงินระหว่างวันที่ 17-23 พ.ย. 69 เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการบริหารพอร์ตระยะยาว พร้อมโอกาสสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ โดยการเสนอขายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินกองทุนของธนาคารภายใต้หลักเกณฑ์ Basel III

ปัจจุบันผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและการจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงทรงตัว ผู้ลงทุนมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ ตราสารด้อยสิทธิของทีทีบีจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนรายใหญ่และสถาบัน (HNW & II) ที่ต้องการกระจายการลงทุน พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของตราสาร เพื่อช่วยสร้างความสมดุลให้พอร์ตและสนับสนุนการวางแผนการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ควรพิจารณาการจัดสรรพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ผลตอบแทนที่คาดหวัง และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในลักษณะ ผลตอบแทน และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน

โดยทีทีบีดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมมีระบบบริหารความเสี่ยง การบริหารเงินกองทุน และการกำกับดูแลกิจการตามมาตรฐานของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ โดยสามารถบริหารโครงสร้างเงินกองทุนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ Basel III ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบในระยะยาว

ความแข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ระดับ AA+(tha) ขณะที่ตราสารด้อยสิทธิชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิต เสถียรภาพ จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 69 ซึ่งสะท้อนฐานะทางการเงินที่มั่นคง ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และศักยภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ทีทีบียังดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) โดยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการสร้างคุณค่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว

การเสนอขายตราสารในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินกองทุนระยะยาวของธนาคาร เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินกองทุนให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล โดยเงินกองทุนถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของระบบธนาคารในระยะยาว

ตราสารดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มตราสารเงินกองทุนประเภทที่ 2 (Tier 2 Capital Instruments) ของธนาคารพาณิชย์ ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและไม่มีผู้ค้ำประกัน มีผู้แทนผู้ถือตราสาร อายุ 10 ปี 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี พ.ศ. 2580 โดยธนาคารมีสิทธิขอไถ่ถอนก่อนครบกำหนดภายหลังครบ 5 ปี 3 เดือนนับจากวันออกตราสาร ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ

หลายคนอาจเข้าใจว่าการออกตราสารหนี้เป็นการระดมทุนเพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน แต่สำหรับธนาคารพาณิชย์ การออก Tier 2 มักเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินกองทุนล่วงหน้า เพื่อรักษาระดับความเพียงพอของเงินกองทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางสาวสมคิด กล่าว

ทีทีบีเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีโครงสร้างเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69 มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 จำนวน 186,245 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุน 16.8% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 9.5% อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เงินกองทุนชั้นที่ 2 มีจำนวน 22,184 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนร้อยละ 2.0 ดังนั้น การออกตราสารครั้งใหม่จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาสภาพคล่อง แต่เป็นการบริหารเงินกองทุนให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแผนธุรกิจในระยะยาว

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับตราสารที่มีอายุยาวถึง 10 ปี แล้วเหตุใดธนาคารจึงมีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนดเมื่อพ้น 5 ปี 3 เดือน คำตอบอยู่ที่หลักเกณฑ์การนับเงินกองทุนภายใต้ Basel III แม้ตราสาร Tier 2 จะมีอายุยาว แต่เมื่ออายุตราสารเหลือน้อยกว่า 5 ปี มูลค่าของตราสารที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนของธนาคารจะทยอยลดลงตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล โดยจะลดลงปีละ 20% จนกระทั่งไม่สามารถนับเป็นเงินกองทุนได้เมื่อใกล้วันครบกำหนดไถ่ถอน กล่าวคือ แม้ตราสารเดิมยังคงมีอยู่ แต่ประโยชน์ในการเป็นฐานเงินกองทุนของธนาคารจะค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลาที่เหลืออยู่

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารพาณิชย์ทั่วโลกจึงมักออกตราสารชุดใหม่เพื่อทดแทน และพิจารณาใช้สิทธิไถ่ถอนตราสารเดิมเมื่อได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถบริหารโครงสร้างเงินกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ Basel III อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การที่ทีทีบีมีสิทธิไถ่ถอนตราสารเมื่อพ้น 5 ปี 3 เดือน จึงไม่ใช่สัญญาณของปัญหาทางการเงิน แต่เป็นกลไกปกติในการบริหารเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินกองทุน ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินในระยะยาว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ