ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 15.99 จุด, Nasdaq พุ่งแรง รับแรงซื้อหุ้น AI-ราคาน้ำมันชะลอตัว

ข่าวต่างประเทศ Wednesday October 28, 2026 06:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (27 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,377.57 จุด เพิ่มขึ้น 15.99 จุด หรือ +0.03%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,722.60 จุด เพิ่มขึ้น 45.83 จุด หรือ +0.60%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,477.81 จุด เพิ่มขึ้น 308.43 จุด หรือ +1.18%

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 1.36% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 0.9%

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องและช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ลดลง 1.83% ปิดที่ระดับ 99.90 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 1.67% ปิดที่ระดับ 113.88 ดอลลาร์/บาร์เรล

นักลงทุนรุกซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และกลุ่มชิปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมุมมองบวกที่มีต่อหุ้น AI หลังจากบริษัท Anthropic ผู้พัฒนา Claude AI ได้ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างเป็นทางการในวันจันทร์ (26 ต.ค.) โดยระบุถึงแผนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ ANT และคาดว่าจะเริ่มซื้อขายในช่วงกลางเดือนพ.ย.

ทั้งนี้ หุ้น Micron Technology พุ่งขึ้นเกือบ 3% ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งขึ้น 5% ส่วนหุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 4% หลังจากกลุ่มพันธมิตรธนาคาร ซึ่งได้แก่ Bank of America, Citigroup และ Morgan Stanley ร่วมกับบริษัท Blackstone ประกาศจัดหาเงินทุนมูลค่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับการจัดซื้อเทคโนโลยีของ Broadcom ให้แก่ Anthropic

ข่าวการยื่นทำ IPO ของ Anthropic เป็นปัจจัยหนุนดัชนี Philadelphia SE Semiconductor (SOX) พุ่งขึ้น 3.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันจันทร์ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มดังกล่าวฟื้นตัว หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความไม่มั่นใจว่าบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่มีภาระหนี้สินท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นนั้น จะได้รับผลแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนจำนวนมากใน AI หรือไม่

หุ้น United Parcel Service (UPS) ซึ่งเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุ พุ่งขึ้น 5.8% และหุ้น Royal Caribbean ผู้ให้บริการเรือสำราญ พุ่งขึ้น 5.4% หลังจากทั้งสองบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดปีงบการเงิน 2569

อย่างไรก็ตาม หุ้น Meta ปรับตัวลง 1.6% ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันวันที่สอง หลังจากบริษัทโซเชียลมีเดียรายนี้ประกาศเพิ่มการระดมทุนด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนเป็น 9.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์, กำลังการประมวลผลคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI

ส่วนหุ้น Boeing ดิ่งลง 10.7% หลังจากบริษัทรายงานตัวเลขขาดทุนในไตรมาส 3 มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้น Sherwin-Williams ซึ่งเป็นผู้ผลิตสีรายใหญ่ ร่วงลง 2.7% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่ต่ำกว่าคาด และเป็นปัจจัยสกัดแรงบวกของดัชนีดาวโจนส์

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัท Microsoft และ Alphabet ซึ่งมีกำหนดรายงานในวันพุธ (28 ต.ค.) ขณะที่ Amazon.com มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.)

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมนโยบาการเงินของเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธ ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมครั้งนี้ แต่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.ย. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังระบุว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.6% สู่ระดับ 676,000 ยูนิตในเดือนก.ย. แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 651,000 ยูนิต จากระดับ 680,000 ยูนิตในเดือนส.ค.

ด้าน Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น 7.5 จุด สู่ระดับ 91.7 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 81.2 จากระดับ 84.2 ในเดือนก.ย.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ