All About ESG : BAFS เติมน้ำมันบินฉบับ ESG

ข่าวทั่วไป Wednesday October 28, 2026 18:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ธุรกิจเติมน้ำมันเครื่องบิน ที่ดูเหมือนจะห่างไกลกับคำว่า ความยั่งยืน มากที่สุด จะพาตัวเองไปสู่คำว่า ESG ได้ยังไง !?

All About ESG EP. นี้จะพาไปคุยกับหม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ [BAFS] ที่จะมาเฉลยว่า แท้จริงแล้วคำว่า ESG อยู่มาตั้งแต่วันที่เริ่มก่อตั้งบริษัท ?

๐ มุมมองจาก BAFS

ในอดีตการทำธุรกิจมักมุ่งเน้นเพียงการทำกำไรสูงสุด หรือสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้ผู้ถือหุ้น แต่ในความเป็นจริงแนวทางนี้มักไม่ยั่งยืน เพราะมักสร้างผลกระทบเบียดเบียนสิ่งแวดล้อม สังคม หรือนำไปสู่การโกงและตกแต่งตัวเลขทางบัญชีจนบริษัทต้องล้มละลาย

ดังนั้นแนวทางที่ถูกต้องจึงเป็นการคิดอย่างรอบคอบถึงผลกระทบทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ หรือ ESG

สำหรับ BAFS ถือว่ามี ESG อยู่ในจิตวิญญาณตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2526 โดยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ไม่ได้ต้องการให้ BAFS ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้เติมน้ำมันอากาศยานเท่านั้น แต่ต้องการให้บริษัทมาช่วยคนไทย สังคมไทย และช่วยให้สายการบินของไทยสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ พร้อมทั้งนำกำไรตอบแทนกลับคืนสู่สังคม ซึ่งตรงกับคำนิยามของ ESG อย่างแท้จริง หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ กล่าว

๐ มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E)

BAFS ตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยมีแนวคิดสำคัญคือ การทำเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อสร้างภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกทำโครงการเชิง Win-Win ที่ได้ประโยชน์ทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางธุรกิจไปพร้อมกัน ถึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ยกตัวอย่างโครงการติดตั้งระบบ Solar Roof หรือโครงการเปลี่ยนรถยนต์สำนักงานและรถเติมน้ำมันในลานจอดเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่ง BAFS นับเป็นผู้ให้บริการรายแรกในอาเซียนที่ใช้รถเติมน้ำมันอากาศยานแบบ EV

นอกจากนี้ BAFS ยังขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจอย่างการจัดตั้งทีมพัฒนาคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงเพื่อแก้ปัญหา Supply คาร์บอนเครดิตในตลาดโลกที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

รวมถึงการส่งเสริม น้ำมันเชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพและหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว ขยะ หรือสาหร่าย ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมัน Jet A1 ทั่วไป

๐ มิติด้านสังคม (Social: S)

BAFS เชื่อว่า คน คือหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน ESG เพราะหากบุคลากรไม่เข้าใจเป้าหมาย ก็จะมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้อง มีการดูแลพนักงานบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะระหว่างผู้บริหารและพนักงาน พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็น ผู้ให้ เพื่อนำไปสู่การแบ่งปันและดูแลชุมชน

ตัวอย่างโครงการที่โดดเด่นคือ โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์รอบคลังน้ำมันพิจิตรและลำปาง ที่มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาเกษตรกรในพื้นที่เผาเศษวัสดุการเกษตรในช่วงสิ้นปี ทำให้คลังน้ำมันตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเพลิงไหม้

บริษัทจึงเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการสนับสนุนงบประมาณให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ งดใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และงดการเผาโดยสิ้นเชิง ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 จนเกิดเป็นผลลัพธ์ Triple Wins คือได้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการเผาไหม้, ด้านสังคมคือชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายข้าวอินทรีย์ได้ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไปถึง 2 เท่า และด้านธุรกิจ เพราะบริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเพลิงไหม้รอบคลังน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๐ มิติด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance: G)

จากบทเรียนของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ วิกฤตล้มละลายส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากการวางกลยุทธ์ผิดพลาด แต่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน

BAFS จึงมุ่งเน้นการปลูกฝังให้คนในองค์กรเกลียดการทุจริตและทำงานอย่างตรงไปตรงมา จนได้รับประเมิน CG Rating ในระดับสูงสุดจาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

แต่เท่านั้นยังไม่พอ องค์กรมีนโยบายการลงโทษและการให้โอกาสที่ชัดเจน หากเป็นการทุจริต คอร์รัปชัน ลักขโมย หรือการหลอกลวงเวลาเข้างาน เช่น การฝากเพื่อนสแกนบัตรลงเวลา BAFS มีบทลงโทษสถานเดียวคือ ให้ออก

ในทางกลับกัน หากเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากการปฏิบัติงานโดยไม่มีเจตนาทุจริต บริษัทจะ ให้โอกาส พนักงานได้เรียนรู้ นำบทเรียนราคาแพงนั้นมาปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีความรอบคอบรัดกุมยิ่งขึ้น

โดย ภคมณ สายขุนทด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ