ตลาดหุ้น, พันธบัตร และสกุลเงินอิสราเอลต่างปรับตัวลงในวันนี้ (28 ต.ค.) หลังการเลือกตั้งยังคงไม่มีพรรคการเมืองที่คว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนมากกว่า 66% แสดงให้เห็นว่า กลุ่มพันธมิตรของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มีแนวโน้มที่จะได้รับเพียง 56 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึง 61 ที่นั่งสำหรับการครองเสียงข้างมากในรัฐสภาเนสเซต (Knesset) ของอิสราเอล ซึ่งมีทั้งหมด 120 ที่นั่ง
ส่วนกลุ่มของนายกาดี ไอเซนคอต คู่แข่งของเขา คาดว่าจะได้รับ 48 ที่นั่ง และพรรคการเมืองที่นำโดยชาวอาหรับ ซึ่งไม่ได้สังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คาดว่าจะได้รับ 16 ที่นั่ง
ก่อนหน้านี้ นายไอเซนคอตได้ประกาศชัยชนะ หลังเอ็กซิตโพลแสดงให้เห็นว่ากลุ่มของเขามีคะแนนนำเล็กน้อย โดยนายไอเซนคอตอ้างว่าเขาควรได้รับสิทธิเป็นคนแรกในการจัดตั้งรัฐบาล
นายไอเซนคอตระบุในแถลงการณ์ผ่าน X ว่า ผลการสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังออกจากคูหาสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนหมดความเชื่อมั่นอย่างสิ้นเชิงต่อนายเนทันยาฮูและรัฐบาลของเขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม
อย่างไรก็ดี เอ็กซิตโพลไม่ใช่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งอิสราเอลจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พฤศจิกายน
ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 77.7% ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงที่สุดในรอบ 27 ปี
สกุลเงินเชเกลของอิสราเอลอ่อนค่าลง 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเทลอาวีฟ 35 (Tel Aviv 35) ร่วงลง 2.7%
นอกจากนี้ พันธบัตรรัฐบาลอิสราเอลเผชิญแรงกดดัน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 0.06% ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง เพิ่มขึ้น 0.04% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 0.02%
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาพันธบัตรจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งระดับชาติครั้งแรกของอิสราเอลนับตั้งแต่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และสงครามที่เกิดขึ้นตามมาในฉนวนกาซา เลบานอน และอิหร่าน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการลงประชามติเกี่ยวกับอำนาจทางการเมืองของนายเนทันยาฮู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเมืองอิสราเอลมาตั้งแต่ปี 2552
เนื่องจากผลการเลือกตั้งในขณะนี้บ่งชี้ว่ายังไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา ทำให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลผสม
ประธานาธิบดีอิสราเอลจะมอบหมายให้สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปเป็นผู้นำที่มีโอกาสมากที่สุดในการรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้อย่างน้อย 61 ที่นั่ง เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหากความพยายามดังกล่าวล้มเหลว ก็อาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สนับสนุนนายเนทันยาฮูยกย่องเขาว่าสามารถนำพาอิสราเอลผ่านพ้นสงคราม และยืนหยัดต่อต้านแรงกดดันจากนานาชาติได้
อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้คัดค้านนายเนทันยาฮูได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคดีทุจริตที่เขากำลังเผชิญอยู่ รวมทั้งความพยายามในการปฏิรูประบบตุลาการที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างรุนแรง และการบริหารจัดการสงครามในฉนวนกาซา ว่าเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป
นอกจากนี้ นายเนทันยาฮูยังเผชิญหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จากกรณีการทำสงครามในฉนวนกาซา
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ