นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสั่งการเร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมกำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ แนะนำทำความเข้าใจขั้นตอนการรับสิทธิประกันภัยพิบัติให้ผู้ประสบอุทกภัย เพื่อไม่เสียสิทธิหรือเกิดปัญหาการยื่นเคลมประกัน เน้นย้ำให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงความคุ้มครองได้สะดวก และรวดเร็ว
พร้อมกับสั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ภายนอกที่ไหลเข้าสู่เขตเทศบาลนครภูเก็ต จากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับหลักเกณฑ์การแนบภาพถ่ายเพื่อขอรับสิทธิเงินประกันภัยพิบัติ ทาง คปภ. ได้กำหนดให้ส่งภาพถ่าย อย่างน้อย 1 ภาพ และไม่เกิน 3 ภาพ เน้นให้เห็นตัวบ้านและความเสียหายอย่างชัดเจน หากมีเลขที่บ้านขอให้ถ่ายตัวบ้านและเลขที่บ้านให้ติดในภาพเดียวกัน แต่หากไม่มีเลขบ้านสามารถกรอกข้อมูลเพิ่มเติมในระบบได้
ทั้งนี้ กรณีน้ำท่วมให้ถ่ายสภาพน้ำบริเวณบ้าน ส่วนกรณีน้ำป่าไหลหลากให้ถ่ายภาพความเสียหายจริงเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา โดยประกันภัยพิบัติจะคุ้มครองเฉพาะผู้ที่มีสัญชาติไทย กรณีเสียชีวิตจะจ่ายเงินให้ทายาทตามหลักเกณฑ์ ส่วนกรณีทุพลภาพจะให้แก่ผู้รับสิทธิโดยตรง
การพิจารณาความเสียหาย จะแบ่งเป็น 2 กรณี คือ
บ้านที่ถูกน้ำท่วม พิจารณาตามหลักเกณฑ์น้ำท่วม
น้ำล้อมบ้าน ต้องตรวจสอบว่ามีผู้อยู่อาศัยจริงและได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต
นางสาวพลอยทะเล ระบุว่า รัฐบาลได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือประชาชน เป็นตัวกลางในการประสาน ให้คำแนะนำประชาชน เพื่อลดข้อผิดพลาดและเร่งดำเนินการอนุมัติเงินประกันภัยพิบัติโดยเร็วที่สุด
สำหรับผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดภูเก็ต สามารถแจ้งเคลม ได้ที่ เว็บไซต์หลัก: ThaiNatCat หรือ LINE Official Account: @ThaiNATCAT ทั้งนี้ เมื่อเอกสารครบถ้วน บริษัทประกันภัยจะอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ภายใน 15 วัน
*สทนช.หาพื้นที่รับน้ำเพิ่ม หวังแก้ปัญหายั่งยืน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการเตรียมพร้อม มีการคาดการณ์สถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงเจ้าหน้าที่มีการเตรียมความพร้อม ตลอดจนเตรียมการเยียวยา
เรื่องภัยธรรมชาติเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ และสถานการณ์ภาคใต้มีเหตุการณ์ที่น่ากังวลอยู่แล้ว จึงพยายามถอดบทเรียนที่ผ่านมาให้ยั่งยืน และจะเห็นว่าปัญหา คือ เรายังมีพื้นที่รับน้ำไม่เพียง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของเอกชน ทางสทนช. จึงได้ทำแผนผังรับน้ำในแต่ละจุด ก็จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน