BBLAM ส่ง 2 กองใหม่ฝ่าวิกฤตตลาดผันผวนรอรับกระแสเงินสดด้วยกลยุทธ์ Absolute Return พร้อมชี้เป้า SET ปีหน้ามีลุ้นทะลุ 1,700 จุด

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday October 29, 2026 16:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บลจ.บัวหลวง (BBLAM) ออกแบบ 2 กองทุน Multi Assets ฝ่าวิกฤตความผันผวน ชู กองทุนเปิดบัวหลวง Global Diversified Income (B-GDI) เปิดโอกาสรับกระแสเงินสดกลับคืนจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมสร้างการเติบโตให้กับพอร์ต โดยมีคำแนะนำการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก Franklin Templeton เสนอขาย IPO 3-10 พ.ย. ด้าน กองทุนเปิดบัวหลวง Global Absolute Return (B-GAR) มุ่งแสวงหาผลตอบแทนเป็นบวก ทุกสภาวะตลาด ด้วยกลยุทธ์ Absolute Return ลดความผันผวนจากการพึ่งพาทิศทางตลาด เปิดขาย IPO 1-8 ธ.ค. มองทิศทางเศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ประเมินเป้าหมายดัชนี SET ปีหน้ามีลุ้นขึ้นทดสอบ 1,710 จุด กำไรบจ.เติบโตแข็งแกร่ง

นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBLAM เปิดเผยว่า BBLAM เตรียมเสนอขาย 2 กองทุนรวมใหม่ในรูปแบบ Fund of funds ที่ลงทุนแบบ Multi Asset เพื่อช่วยนักลงทุนที่ต้องเผชิญวิกฤตความผันผวนและความไม่แน่นอนจากการลงทุนที่สูงขึ้นมากในปัจจุบัน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวง Global Diversified Income (B-GDI) ช่วยให้มีโอกาสรับกระแสเงินสดกลับคืนได้ต่อเนื่องมากขึ้นตลอดระยะเวลาของการลงทุน และ กองทุนเปิดบัวหลวง Global Absolute Return (B-GAR) ที่มีกลยุทธ์การบริหารเพื่อมุ่งหวังการสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดขาขึ้นหรือขาลง

ทั้ง 2 กองทุนเหมาะสมสถานการณ์ปัจจุบันที่การลงทุนมีความผันผวนมากขึ้น การลงทุนเพื่อแสวงหากระแสเงินสดยากขึ้นทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ และแนวโน้มการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ภายใต้การบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนระดับโลกที่มีความรู้และประสบการณ์สูงนายบรรณรงค์ กล่าว

กองทุน B-GDI เป็นกองทุนผสม ประเภท Fund of Funds ต่างประเทศ (ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นการจัดพอร์ตเพื่อโอกาสสร้างรายได้ที่โดดเด่นและสม่ำเสมอในระยะยาว โดยมี Franklin Templeton ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการบริหารพอร์ตประเภท Multi-Asset ออกแบบโครงสร้างการลงทุนและทำหน้าที่ให้คำแนะนำการลงทุน โดยจะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งตราสารหนี้และหุ้น เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากหลายแหล่ง ทั้งจากดอกเบี้ย เงินปันผล และลงทุนกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ช่วยเพิ่มโอกาสรับรายได้ที่มากกว่ากองทุน Income ทั่วไป โดยกองทุนจะรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง

จุดเด่นของกองทุน B-GDI ออกแบบให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ไปพร้อมกับโอกาสเติบโตของพอร์ตการลงทุน จึงเหมาะเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่คาดหวังการลงทุนที่มีกระแสเงินสดกลับคืนระหว่างการลงทุนเสมือนเป็นรายได้สม่ำเสมอ

นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ฝ่ายงานบริหารการลงทุน BBLAM กล่าวว่า กองทุน B-GDI มุ่งสร้าง Income ยุคใหม่ที่ไม่ใช่มีเพียงหุ้นกู้ หรือพันธบัตรรัฐบาล แต่จะกระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ ได้แก่ Global Fixed Income ที่อาจมี หุ้นกู้ High Yield ในต่างประเทศที่มีผลตอบแทนสูง , หุ้นปันผล , Infrastructure & Real Asset Income, Income Tools เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ ELNs(Equtry-Linked Notes) เพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ในสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน และพันธบัตรตลาดเกิดใหม่และสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ ( Emerging Market Debt & Currencies)

กองทุน B-GDI ได้ร่วมกับ Franklin Templeton ผู้นำด้านการลงทุนแบบ Multi-Asset ร่วมสร้างพอร์ตที่เหมาะสม ที่จะลงทุนตราสารหนี้ และตราสารทุน อย่างละครึ่ง โดยจะลงทุน Franklin Income Fund เป็นหลัก 40% และจะ Auto Redemption ทุกเดือน โดยคาดหวังผลตอบแทน 6% ต่อปี จะเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 3-10 พ.ย.69 ราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วย

ส่วนกองทุน B-GAR เป็นกองทุนผสม ประเภท Fund of Funds ต่างประเทศ (ความเสี่ยงระดับ 5) ใช้กลยุทธ์การบริหารพอร์ตลงทุนแบบ Absolute Return มุ่งลดการพึ่งพาทิศทางตลาด และเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง โดยกองทุนจะคัดสรรกองทุน Absolute Return จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกลยุทธ์ เพื่อนำมาผสมผสานเป็นพอร์ตที่มีความหลากหลาย ทั้งด้านกลยุทธ์และแหล่งสร้างผลตอบแทน โดยผสมทั้งการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและโมเดลทางสถิติ (Quantitative) และการลงทุนที่อาศัยมุมมองและดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Discretionary)

กองทุน B-GAR มีเป้าหมายที่จะแสวงหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกในสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงและลดความผันผวนให้อยู่ในระดับต่ำกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป จึงสามารถเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายความเสี่ยงและช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนโดยรวม อีกทั้ง Absolute Return หลายกองทุนที่ B-GAR พิจารณาเลือกลงทุนใช้กลยุทธ์ Long และ Short ควบคู่กัน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด และคาดหวังผลตอบแทนจากการคัดเลือกหลักทรัพย์มากกว่าการพึ่งพาทิศทางของตลาดโดยรวม

จุดเด่นของกองทุน B-GAR นอกจากมุ่งเน้นสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เป็นบวกทุกสภาวะตลาดและพยายามลดความผันผวนให้อยู่ในระดับต่ำแล้ว ยังเป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้เข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนของทีมผู้จัดการกองทุนชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตการลงทุน เช่น ลดความผันผวนของพอร์ตได้ จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความผันผวนจากการพึ่งพาทิศทางตลาด และต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกอย่างมั่นคง

กองทุน B-GAR ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาด (Absolute Return) ผ่านกลยุทธ์ Market Neutral โดยกองทุนทำการเข้าซื้อ (Long) หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ควบคู่กับการขายชอร์ต (Short) หุ้นที่มีผลการดำเนินงานอ่อนแอ โดยปรับสัดส่วนค่าเบต้า (Beta) ของทั้งสองฝั่งให้หักล้างกันจนเป็นศูนย์ ผลตอบแทนจึงเกิดจากทักษะการคัดเลือกหุ้น (Skill)ของผู้จัดการกองทุน โดยไม่อิงกับว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นหรือลง โดยกองทุนนี้ได้ปรับจากกองทุน BCAP-NNH-UI ที่เสนอขายให้กับ Ultra High Net worth Investor ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต มาให้กันักลงทุนรายย่อย

กองทุนนี้มีโครงสร้าง Fund of Funds ลงทุนผ่านกองทุนชั้นนำต่างประเทศประมาณ 69 กองทุน โดยผ่านกระบวนการคัดกรองความสัมพันธ์กับตลาด (Correlation Filter) เพื่อป้องกันไม่ให้ผลตอบแทนสวิงตามทิศทางตลาด การจัดสรรพอร์ต 70% ใช้กลยุทธ์ Equity ส่วนที่เหลือ 30% ใช้กลยุทธ์ Multi-Strategy 22%และกลยุทธ์ Fixed Income 8% ในการสร้างผลตอบแทน

โดยมีเป้าหมายผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยประมาณ 56% ต่อปี มีความผันผวนต่ำเพียง 2.8% และมีผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง (Maximum Drawdown) เพียง 3.4% ทั้งนี้ การจัดสรรเงิน 2040%ของพอร์ตมาลงทุนในกองทุน B-GAR จะช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จะเสนอขาย IPO ในวันที่ 1-8 ธ.ค.69 ราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วย

*มองกำไร บจ.ปีนี้ดีกว่าคาดส่งโมเมมตัมปีหน้า หนุนหุ้นไทย เป้า 1,650-1,680 จุด

มุมมองการลงทุนในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ BBLAM คาดว่าสถานการณ์ยังมีความผันผวนสูงต่อเนื่อง ปัจจัยหลักๆ จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่อาจมีผลต่อทั้งนโยบายด้านต่างประเทศและเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลมีหนี้สูง และภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscaler ที่เลือกลงทุนโดยกู้เงินจากตลาดมากขึ้นนั้น อาจสร้างความผันผวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะในกรณีที่เงินเฟ้อยังปรับสูงขึ้นต่อจากราคาน้ำมันที่ยืนสูง ซึ่งทั้ง 2 กองทุนจึงเป็นอีกทางเลือกการลงทุนภายใต้สภาวะความผันผวน

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ทีม Investment Strategy ของ BBLAM กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยและเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณว่าผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักร (Cyclical Bottom) ในรอบ 5 ปีไปแล้ว จึงประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปีหน้าในกรอบ 1,650-1,680 จุด และมีโอกาสทดสอบ 1,710 จุด หากปัจจัยพื้นฐานและกำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวดีกว่าคาด พร้อมสนับสนุนภาครัฐย้ายทรัพยากรจากการแจกเงินชั่วคราวมาเป็นการเน้นการลงทุนภาคเอกชนและการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อน Real GDP ให้แตะระดับ 3% ในระยะยาว ขณะที่เป้าหมายดัชนี SET ปีนี้มองไว้ที่ 1,580 จุด ส่วน EPS Growth ที่ 95 บาท และเพิ่มเป็น 108-110 บาทในปี 70

ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจไทย คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจริง (Real GDP) ปีนี้ไว้ที่ 2.32.5% และอาจชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.12.2% ในปีหน้า

ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยกระจุกตัว กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง แต่หากราคาน้ำมันปรับลงจะเกิดการหมุนเวียนเงินทุน (Rotation) ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร เริ่มเห็นการเติบโตของสินเชื่อ ตั้งแต่ไตรมาส 3-4 คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น และ Credit Cost มีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง, กลุ่มโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม รับอานิสงส์จากความชัดเจนด้านโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า และการขยายตัวของ Data Center รวมถึงกลุ่มพาณิชย์ (Commerce), การท่องเที่ยว (Tourism) และการแพทย์ (Healthcare) มีแนวโน้มฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด มองเศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตได้ดี อัตราการจ้างงานสูง แต่เงินเฟ้อสูง เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ แต่อาจต้องระวังหากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงจะกระทบกับ Hyperscalers ความผันผวนก็อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอาจถึงจุดเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ มีโอกาสที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะแพ้การเลือกตั้ง หลังจากความนิยมตกต่ำมาก อาจเสียที่นั่งในสภา 41 ที่นั่ง และโดยสถิติหลังการเลือกตั้ง หุ้นมักจะปรับตัวขึ้น ทั้งนี้ มองว่ากลุ่มเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นธีมหลักในการเติบโตระยะยาว

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร


แท็ก กองทุนเปิด   BBL   SET  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ