ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งเปิดเผยในวันนี้ (30 ต.ค.) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวในเดือนต.ค. ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งตอกย้ำถึงแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มน้ำหนักให้กับการคาดการณ์ว่า BOJ จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป
รายงานตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ BOJ จะแถลงมติการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยตลาดการเงินคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า BOJ จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้ แต่คาดว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายจะยังคงเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินกรอบเป้าหมาย
กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของกรุงโตเกียว ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสดแต่รวมต้นทุนพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนก.ย.
ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานที่ไม่รวมทั้งราคาอาหารสดและพลังงาน (Core-core CPI) ซึ่ง BOJ ให้ความสำคัญและจับตาดูอย่างใกล้ชิดในฐานะมาตรวัดที่สะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริงได้แม่นยำกว่า ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนต.ค. ชะลอลงเล็กน้อยหลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนก.ย.
ทั้งนี้ ข้อมูลเงินเฟ้อของกรุงโตเกียวถือเป็นดัชนีชี้นำทิศทางราคาผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยตัวเลขล่าสุดนี้สนับสนุนมุมมองของ BOJ ที่ประเมินว่า การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาผู้ผลิตจะทยอยส่งผ่านต้นทุน และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคขยายตัวเป็นวงกว้างและรวดเร็วขึ้น
ในการประชุมเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี โดย คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ที่มุ่งเน้นการดูแลไม่ให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวสูงทะลุเป้าหมาย ซึ่งตอกย้ำโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข