สถานการณ์ตะวันออกกลางส่อเค้าตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านอ้างว่าเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำประสบเหตุชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนอ้างยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย ท่ามกลางรายงานว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณากลับมาใช้กำลังทหารต่ออิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย.
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำเกิดไฟไหม้หลังชนทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือทางตอนใต้ใกล้ชายฝั่งโอมาน ซึ่งอิหร่านระบุว่าเป็นเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกองทัพอิหร่านรายงานว่า เรืออีก 1 ลำเกิดไฟไหม้ทางตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านหน่วยงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า มีเรือขนาดเล็กเข้าไปติดตั้งวัตถุระเบิด 2 ชิ้นบนเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง ห่างจากเมืองคาซับของโอมานไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 25 ไมล์ทะเล แรงระเบิดทำให้เกิดไฟไหม้ในห้องเครื่องจนเรือไม่สามารถเดินทางต่อได้ แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย
นอกจากนี้ IRGC ยังโต้แย้งคำแถลงของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ที่ระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ เก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางเดินเรือหลักในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยฮอสเซน โมเฮบี โฆษก IRGC เรียกร้องให้สหรัฐฯ แสดงหลักฐานเพื่อยืนยันว่าเส้นทางดังกล่าวปลอดทุ่นระเบิด พร้อมระบุว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำแถลงหรือการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่าได้เปิดปฏิบัติการทางทหาร 6 ครั้งโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย ทั้งสนามบินและสถานที่ปฏิบัติงานด้านน้ำมัน แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเพิ่งพบปะหารือกันที่กรุงเตหะรานเมื่อต้นสัปดาห์ และเห็นพ้องที่จะคลี่คลายความขัดแย้งในภูมิภาคผ่านการเจรจาก็ตาม
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพิ่มความกังวลว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอาจกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงใกล้การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ แม้เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพยายามเปิดช่องทางเจรจากับอิหร่าน ขณะที่สงครามดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 9
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์