บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] แจงปัญหาสายการบิน China Airlines เกิดเหตุล้อติดบนทางวิ่ง เหตุสนามบินสุวรรณภูมิ อยู่บนชั้่นดินนุ่ม ประกอบกับน้ำท่วมทำให้มีน้ำใต้รันเวย์เพิ่ม พร้อมเร่งตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไข ระบุ ตรวจสอบแท็กซี่แวย์ประจำทุกวัน ทุกสนามบิน CAAT แนะใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือตรวจสอบ ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
จากกรณีที่เครื่องบินของ สายการบิน China Airlines เที่ยวบิน CI840 เส้นทางสุวรรณภูมิเกาสง ประเทศ ไต้หวัน เกิดเหตุล้อติดอยู่บนพื้นผิวทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 02R (ทางวิ่งฝั่งตะวันตกเส้นกลาง) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมทำการบินออกจากสนามบิน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 19.25 น.
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือ ทอท. กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นล่าสุด กับเครื่องบิน China Airlines นั้น จากการหารือด้านวิศวกรรม พบว่า เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งอยู่บนชั้นดินนุ่ม และมีระดับน้ำใต้ดินค่อนข้างสูง ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำที่อยู่ใต้รันเวย์เพิ่มสูงขึ้นมาและบริเวณดังกล่าว เป็นจุดที่มีการซ่อมแบบชั่วคราวเพื่อรอการซ่อมถาวร ซึ่งปกติสามารถรองรับได้ไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากมีปัจจัยเพิ่ม จึงอาจทำให้กระทบกับการรองรับน้ำหนัก
ที่ผ่านมาสนามบินสุวรรณภูมิ มีการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่ง (รันเวย์) ด้วยวัสดุ 2 แบบ คือ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) และ ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต (Portland Cement Concrete) ซึ่งมีคุณสมบัติการกระจายน้ำหนักและการรับแรงจากอากาศยานที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะจุดที่เป็นรอยต่อ จุดเลี้ยวของแท็กซี่เวย์ หรือจุดที่มีแรงบิดสูง ซึ่ง AOT มีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น AOT จะมีการปรับปรุงแก้ไขการทำงาน
สนามบินสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินใช้บริการจำนวนมาก การปิดรันเวย์เพื่อซ่อมบำรุงตามระยะเวลานั้น จะต้องมีการวางแผนและประสานกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ที่จะมีการปรับแผนการบริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้อง
การตรวจสอบมาตรฐานความแข็งแรงของรันเวย์ แท็กซี่เวย์ ทำทุกวัน ทุกสนามบิน ตามวงรอบที่กำหนด และจะมีการประเมินการซ่อมบำรุงตลอดเวลา เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ได้มีการประชุมสายงานวิศวกรรม เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ด้าน พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT กล่าวว่า กพท. ได้ทำหนังสือถึง ทอท. เพื่อให้ชี้แจงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรายงานมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ โดยเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากวัสดุก่อสร้างเสื่อมสภาพ แต่ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
นอกจากนี้ กพท. ยังเสนอให้ ทอท. นำเทคโนโลยีและเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัยมาใช้ประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างสนามบินอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งรันเวย์ ทางขับ และลานจอดเครื่องบิน เพื่อค้นหาจุดที่มีความหนาแน่นหรือความแข็งแรงไม่เพียงพอ รวมถึงตรวจสอบโครงสร้างใต้พื้นผิว ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการรองรับน้ำหนักเครื่องบินในอนาคต
โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน