บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยสำหรับสัปดาห์ถัดไป (26 พ.ย. 2569) แนวรับที่ 1,515 และ 1,500 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,530 และ 1,550 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. ของไทย การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนต.ค. ของยูโรโซน อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ของยูโรโซน
โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มท่องเที่ยวเข้ามาหนุน ก่อนจะปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี หลังจากบจ. รายใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ยังมีแรงขายหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจากความกังวลเรื่องแนวโน้มการทำกำไร หลังภาครัฐประกาศปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องจนถึงช่วงท้ายสัปดาห์ไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือนครึ่งที่ระดับ 1,511.58 จุด โดยเผชิญแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงของกลุ่มนักลงทุนระหว่างรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ตลอดจนสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ แรงขายกระจายไปในหุ้นหลายกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดยกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาด
ในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,518.59 จุด ลดลง 2.82% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 67,721.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.27% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 2.56% มาปิดที่ระดับ 214.08 จุด
โดย ฐานิสร์ ทองนอก