นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัด การป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย มุ่งสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและปกป้องสังคมจากภัยของสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศ และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของประชาชน
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจสอบพัสดุภัณฑ์ที่รับขนส่งผ่านระบบไปรษณีย์ และขนส่งเอกชน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
โดยล่าสุด น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร ภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29-31 ตุลาคม 2569 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. เข้าตรวจสอบพัสดุที่รับขนส่งเอกชน พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
ผลการตรวจสอบ พบบุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศ ไม่ติดอากรแสตมป์ และไม่ปรากฏหลักฐานในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง จำนวน 3,270 คอตตอน (654,000 มวน) มูลค่ารวมกว่า 3,270,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานลักลอบนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์