ไทร เบคก้าลุยขยายนิคมหลักชัยเมืองยาง 3.3 พันไร่รองรับ EV-AI-Data Center เร่งอัพเกรดระบบน้ำ-ไฟปั๊มรายได้ประจำ

ข่าวเศรษฐกิจ Monday November 2, 2026 13:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บริษัท ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (TBC) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง เดินหน้าขยายพื้นที่เฟส 3 รวม 3,300 ไร่ ดันพื้นที่รวมแตะ 7,635 ไร่ รองรับอุตสาหกรรม AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ซัพพลายเชนระดับโลก หลังปั้นฐานผลิต 19 โรงงาน มูลค่าลงทุนสะสมกว่า 1.3 แสนล้านบาท ชูโมเดลนิคมสีเขียว Eco Friendly ตุนยอดขายรอโอน (Backlog) อีก 3,613 ล้านบาท ครึ่งแรกปี 69 รายได้พุ่งแตะ 1,609 ล้านบาท

นายหลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TBC กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง (LK-RICH) จ.ระยอง อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สามารถเชื่อมโยงกับศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการขนส่งที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีโรงงาน 19 แห่ง บนพื้นที่ 1,719 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.3 แสนล้านบาท

จุดเด่นคือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว ทั้งการจัดตั้งโรงงาน การเพิ่มกำลังการผลิต และการพัฒนาโครงการอุตสาหกรรม สามารถวางแผนจัดสรรและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อีกทั้ง นิคมฯ ยังตั้งอยู่ใน EEC ทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงการขนส่งไปยังสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด ช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการ รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ จากภาครัฐ

กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ใน LK-RICH เป็นกลุ่มการผลิตแปรรูปยางล้อรถยนต์ ที่นอนยางพารา คาร์บอนแบล็ค กลุ่มแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งเป็นพื้นฐานอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) รวมถึงมุ่งเน้นพัฒนาต่อยอดกลุ่มอุตสาหกรรม Supply chain ของกลุ่ม EV Car และต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ S-Curve และกลุ่ม Data Center

โมเดลธุรกิจตั้งแต่ขายที่ดินถึงบริการสาธารณูปโภค ธุรกิจของ TBC แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่ายที่ดินให้ผู้ประกอบการที่ต้องการตั้งโรงงาน 2.ธุรกิจสาธารณูปโภคซึ่งครอบคลุมการให้บริการน้ำดิบ น้ำประปา การบำบัดน้ำเสีย การบริหารพื้นที่ส่วนกลางและระบบไฟฟ้า

*ขยายเฟส 3 ปักหมุด AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ รับซัพพลายเชนระดับโลก

นายกรกฎ กิตติพล กรรมการ TBC กล่าวว่า ก้าวต่อไปของหลักชัยเมืองยาง คือ การขยายพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนในระยะยาว โดย LK-RICH ระยะที่ 1 มีพื้นที่ 2,200 ไร่ และระยะที่ 2 อยู่ที่ 2,135 ไร่ รวมมีพื้นที่ 4,335 ไร่ ซึ่งทั้งสองเฟสแรกขายพื้นที่ไปแล้วเกือบทั้งหมด เหลือพื้นที่ขาย 780 ไร่

ขณะที่เตรียมพัฒนาโครงการระยะที่ 3 พื้นที่เบื้องต้น 1,700 ไร่ คาดว่าจะมีพื้นที่ขายประมาณ 1,275 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมที่ดินและดำเนินการจัดตั้งโครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 70 และเริ่มโอนที่ดินให้ลูกค้าได้ตั้งแต่ปี 71 เป็นต้นไป

บริษัทมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาที่ดินที่มีศักยภาพ รวบรวมที่ดิน และดำเนินการขอจัดตั้งที่ดินนิคม ได้แก่ นิคม LK-RICH 2 มีพื้นที่ประมาณ 1,600 ไร่ คาดว่าจะมีพื้นที่ขายประมาณ 1,200 ไร่

ทั้งนี้ เมื่อรวมพื้นที่ทั้งนิคม LK-RICH ระยะที่ 3 และ การขยายนิคม LK-RICH 2 ประมาณ 3,300 ไร่ จะทำให้พื้นที่นิคมทั้งหมดเพิ่มเป็น 7,635 ไร่

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โครงสร้างกลุ่มลูกค้าหลักเป็นลูกค้าจีนสูงถึง 73.68% รองลงมา เป็นลูกค้าในประเทศ 15.79% ส่วนลูกค้าจากอินเดียและญี่ปุ่นมีสัดส่วนประเทศละ 5.26%

บริษัทมุ่งพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการลงทุนในแบตเตอรี่และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ จากปัจจุบัน เป็นอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางมากสุด 26.32% รองลงมา ได้แก่ การผลิตล้อยานยนต์พิเศษ เคมีภัณฑ์และวัสดุอุตสาหกรรม และโลหะและเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันที่ 15.79% ส่วนอีก 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน อุปกรณ์ไฟฟ้าและพลังงาน สินค้าอุปโภคและเครื่องสำอาง และเส้นใยประดิษฐ์ มีสัดส่วนเท่ากันที่กลุ่มละ 5.26%

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 69 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทมีรายได้รวม 1,609.78 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,542.30 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 109.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,433.20 ล้านบาท หรือ 1,313.53% สาเหตุจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ลูกค้าเพิ่มจาก 23.98 ไร่ เป็น 326.27 ไร่ หรือ เพิ่มขึ้นราว 302 ไร่ คิดเป็น 1,260.61% ในจำนวนนี้มีการโอนที่ดินแปลงใหญ่ให้แก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สำหรับเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตที่ 700 %

โครงสร้างรายได้ในปัจจุบันยังคงพึ่งพิงการขายที่ดินเป็นหลัก แต่ในปี 70 เป็นต้นไป รายได้จากสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เข้ามาเป็นรายได้ประจำ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเท่าตัว จากปริมาณการใช้น้ำของโรงงานใหม่ ๆ รวมถึงการขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ประจำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ ราว 5% เป็น 15-20% ของรายได้รวมใน 5 ปีข้างหน้า

Backlog ที่ดินรอโอน 657 ไร่ มูลค่า 3,613 ล้านบาท

LK-RICH มีที่ดินขายแล้วแต่ยังรอโอนอีก 657 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 3,613.69 ล้านบาท สะท้อนจากสถานะการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งมีพื้นที่สำหรับขายรวม 3,156 ไร่ โดยจำหน่ายไปแล้ว 2,376 ไร่ ในจำนวนนี้โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อแล้ว 1,719 ไร่ และยังอยู่ระหว่างรอโอนอีก 657 ไร่ ตามข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.69

นายกรกฎ กล่าวต่อว่า ตลาดนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการพื้นที่ของผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ขณะที่พื้นที่ทำเลศักยภาพมีจำกัดและราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการผลิตมากขึ้น ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะจากจีนและญี่ปุ่นมายังอาเซียนและไทย เพื่อรับมือความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าและความไม่ต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล พลังงานสะอาด และวัสดุสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะและยานยนต์รุ่นใหม่

สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนระบุว่า ปี 2568 ไทยมียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน 3,370 โครงการ มูลค่ารวม 1.87 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่แนวโน้มตลาดนิคมอุตสาหกรรมช่วงปี 25692571 คาดว่ายอดขายและการให้เช่าพื้นที่จะเติบโตเฉลี่ย 34% ต่อปี หรือประมาณ 7,0007,300 ไร่ต่อปี

เร่งลงทุนระบบน้ำ-ไฟฟ้า เตรียมรองรับโรงงานและอุตสาหกรรมใหม่

อีกทั้งการขยายพื้นที่ของนิคมหลักชัยเมืองยางมุ่งรองรับฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมระดับโลก ควบคู่กับการพัฒนานิคมฯ ตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณูปโภค นิคมฯ มีระบบน้ำดิบและน้ำประปาที่มีกำลังการผลิตอย่างละ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระบบบำบัดน้ำเสีย 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบบไฟฟ้าพร้อมสำรองกำลังไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

สำหรับแผนลงทุนปี 2570 บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาอีก 7,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ด้วยเงินลงทุนเบื้องต้น 80 ล้านบาท และเพิ่มกำลังบำบัดน้ำเสียอีก 13,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ด้วยเงินลงทุนประมาณ 160 ล้านบาท พร้อมมีแผนพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำเพิ่มอีก 7-8 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัทย่อย

ทั้งนี้ TBC อยู๋ระหว่างยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 เป็นหุ้นกู้มีประกัน อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.00-7.25% ต่อปี คาดว่าจะกำหนดวันเสนอขายหุ้นกู้ได้ในช่วงระหว่างวันที่ 30 พ.ย.และ 1-2 ธ.ค.69


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ