ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนตุลาคม 2569 ปรับลดลงจากทั้งภาคการผลิต และภาคที่มิใช่การผลิต ตามแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และผลกระทบชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่ ดัชนีฯ ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นเล็กน้อย นำโดยภาคที่มิใช่การผลิต ที่ได้รับแรงหนุนจากการซ่อมสร้างหลังน้ำท่วม และฤดูกาลท่องเที่ยว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ต.ค.69 อยู่ที่ระดับ 45.2 ปรับลดลงจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 48.1 จากทุกองค์ประกอบ นำโดยด้านต้นทุน การผลิต และผลประกอบการ ตามผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และปัจจัยชั่วคราวจากน้ำท่วม
โดยความเชื่อมั่นภาคการผลิต ปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ และอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 เป็นเดือนที่ 2 นำโดยกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะวัตถุดิบเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วม อาทิ ผลไม้บรรจุกระป๋อง อาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์ ซ้ำเติมความกังวลต่อผลผลิตที่มีแนวโน้มลดลงจากเอลนีโญ ขณะที่กลุ่มผลิตอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ความเชื่อมั่นปรับลดลงหลัง 1) คลังสินค้าและระบบไฟฟ้าที่สัมผัสน้ำบางส่วนเสียหาย 2) อุปสรรคด้านการขนส่ง ทำให้การรับส่งสินค้าและการเดินทางของแรงงานติดขัด
ด้านความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิตปรับลดลง โดยธุรกิจส่วนใหญ่เผชิญกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ความเชื่อมั่นในกลุ่ม การขนส่ง การค้าและคลังสินค้าปรับลดลง สำหรับการค้าส่งปรับลดลงในหลายสินค้า อาทิ เคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งความเชื่อมั่นในกลุ่มโรงแรมปรับลดลง จากที่ต้องซ่อมแซมหลังน้ำท่วม และนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เลื่อนการเดินทางออกไป
ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน มาอยู่ที่ระดับ 51.3 จากเกือบทุกองค์ประกอบ ยกเว้นด้านต้นทุนและการลงทุน สะท้อนความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยความเชื่อมั่นภาคที่มิใช่การผลิตปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นำโดยธุรกิจค้าปลีก จากทั้งการค้ายานยนต์ที่คาดว่าจะมีการเร่งซื้อก่อนปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต และส่งมอบรถหลังงาน Motor Show และสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจก่อสร้างด้านสาธารณูปโภค และที่อยู่อาศัย ที่คาดว่าจะมีงานซ่อมแซมหลังน้ำท่วม
ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคการผลิตทรงตัว โดยปรับเพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป อาทิ น้ำตาลและผลไม้กระป๋องตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว และการผลิตเครื่องดื่ม ที่ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ช่วงเทศกาล ส่งผลให้ความเชื่อมั่นกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน เช่นเดียวกับกลุ่มผลิตยานยนต์ ที่คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อจากงาน Motor Show ปลายปี
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นปรับลดลงในกลุ่มผลิตอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ที่ไม่ได้รับผลดีจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ชิ้นส่วนเครื่องพิมพ์ และเลนส์แว่นตา รวมถึงกลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เผชิญภาวะอุปทานส่วนเกินและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์