นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบ ปัจจัยตะวันออกกลางผ่อนคลายความตึงเครียดลงมาบ้างหลังจากอิหร่านเตรียมเดินหน้าเจรจากับสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบย่อตัว แต่อาจกดดันต่อหุ้นกลุ่มน้ำมันต่อ และยังรอติดตามผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐจึงอาจยังผันผวน พร้อมให้แนวต้าน 1,520 จุด แนวรับ 1,500 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ โดยที่ปัจจัยในตะวันออกกลางมีความผ่อนคลายความตึงเครียดลงมาบ้าง หลังจากที่อิหร่านเตรียมเเดินหน้าการเจรจากับสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบมีการย่อตัวลงมา แต่ก็อาจจะกดดันต่อหุ้นในกลุ่มน้ำมันในตลาดหุ้นไทยได้ต่อ
ขณะที่ตลาดยังคงรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ที่จะทราบผลในวันที่ 4 พ.ย.นี้ ทำให้ในช่วงก่อนทราบผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอาจจะมีความผันผวน
โดยให้แนวต้าน 1,520 จุด แนวรับ 1,500 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 พ.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,983.98 จุด เพิ่มขึ้น 213.67 จุด หรือ +0.41% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,541.40 จุด ลดลง 38.67 จุด หรือ -0.51% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,164.32 จุด ลดลง 272.68 จุด หรือ -1.07%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ 23,469.64 จุด เพิ่มขึ้น 76.32 จุด หรือ +0.33% และตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] เปิดที่ 3,624.58 จุด ลดลง 13.45 จุด หรือ -0.37% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 3.55% ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันวัฒนธรรม
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (2 พ.ย.) 1,507.20 จุด ลดลง 11.39 จุด (-0.75%) มูลค่าซื้อขาย 55,798.72 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ( 2 พ.ย..) 1,005.24 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ธ.ค. ( 2 พ.ย..) ลดลง 7.66 ดอลลาร์ หรือ 7.36% ปิดที่ 96.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 พ.ย.) อยู่ที่ 13.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.71 แข็งค่าจากวานนี้ ตลาดรอผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ คาดกรอบวันนี้ 33.60-33.85
-ฝ่ายความมั่นคง ยืนยันไทยเตรียมพร้อมทุกมิติ ทั้งอพยพคนไทย สำรองพลังงาน ชี้สถานการณ์ สหรัฐ-อิหร่าน ยังเปราะบางหลัง 2 ชาติ สื่อสารทั้งบวกและลบ ระบุยุโรป-เอเชียแห่เตือนประชาชนตุนอาหาร สมช.นัดหารือสัปดาห์นี้ ทอ.ยอมรับสถานการณ์เสี่ยงสูง นายกฯ ชี้โลกต้องการความมั่นคงอาหาร เสนอ ครม.สัญจร ดันวาระแห่งชาติด้านเกษตร
-โพลหลายสำนักชี้พรรครีพับลิกันอาจพ่ายพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลางเทอมวันอังคารนี้ นั่นหมายความว่าการทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในอีก 2 ปีที่เหลือจะยากขึ้น แต่ทำเนียบขาวได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ด้านพอล ครุกแมน ผ่านโยบายเศรษฐกิจทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งมาถึง
-ตลท. ถกโบรกเกอร์ตามนัดเมื่อ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เห็นพ้อง เตรียมปรับเกณฑ์ ทีอาร์เอส ใหม่ ยึดตามประเภทบัญชีจริง ย้ายเข้า Prop Trade พร้อมปรับ สถิติข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี ยันไร้กระทบ ยอดซื้อขายจริง
-ธปท.จ่อตรึงมาตรการผ่อนขั้นต่ำผ่านบัตรเครดิตที่ 8% ไว้ระดับเดิมปีหน้า ก่อนเพดานปกติมีผลบังคับใช้ปกติที่ 10% ปีหน้า หวังช่วยลดภาระลูกหนี้ ประคับประคองเศรษฐกิจ ด้านหนี้เสียชี้แม้เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ก้าวกระโดด ยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการแก้หนี้เพิ่มเร่งด่วน
-พิพัฒน์ กางแผนเร่งเครื่อง 78 โครงการคมนาคมอีสานตอนบน ครอบคลุม 5 จังหวัด วงเงินกว่า 3.27 แสนล้านบาท เร่งรถไฟทางคู่-ขยายถนน 4 เลน ปรับถนนเป็น Feeder ป้อนระบบราง คุมเข้มความปลอดภัย รับเทศกาลท่องเที่ยว
อาจารย์เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เผยสถานการณ์ความตึงเครียดอิหร่านและสหรัฐอเมริการะลอกใหม่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ แต่หากเกิดเหตุปะทะขึ้นจริง ส่งผลกระทบมากต่อราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลก เนื่องจากในปลายปีต่อเนื่องฤดูหนาว เป็นช่วงที่มีความต้องการใช้พลังงานในฝั่งซีกโลกตะวันตกสูงอยู่แล้ว การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจะดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นมา
-ท่องเที่ยวไทย เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก หลังนักท่องเที่ยวยุโรปลดลง 4% จับตาสงครามดันต้นทุนเดินทางพุ่ง กระทบกำลังซื้อ ต้องเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน ชูประสบการณ์ท้องถิ่นและเอกลักษณ์ไทยสร้างความคุ้มค่า พร้อมเสนอชะลอเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน พยุงธุรกิจช่วงไฮซีซัน
-สรรพสามิต ดันโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ ชงขอใช้งบ 6 พันล้านบาทจาก พ.ร.ก.เปลี่ยนผ่านพลังงานก้อนสอง วงเงิน 2 แสนล้านบาท หวังแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่น PM 2.5
*หุ้นเด่นวันนี้
-AOT ( กรุงศรี) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 70 บาท 1) เราคาดกำไรงวดบัญชีไครมาส 4/69 (ปิด ก.ย. 69) เด่น +23%y-y, +40%q-q จากการปรับ เพิ่มค่าภาษีสนามบินขาออกเต็มไตรมาส และมีผลเต็มปีในปีบัญชี 70 หนุนการเติบโต เด่นต่อ +52.8% 2) สถานการณ์สงครามดูคลายขึ้นหนุนโอกาส Upside ผู้ใช้บริการปีบัญชี 70 3) PER ปีหน้าราว 30 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 36.7 เท่า ทั้งที่เป็นปีโตก้าวกระโดด
-BGRIM (กสิกรไทย) ซื้อ ราคาพื้นฐาน 22.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 846 ลบ. (+62% YoY, +25% QoQ) และกำไรปกติ 746 ลบ.จากรายได้และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น รายได้โตแต่ต้นทุนก๊าซกดดันมาร์จิ้น คาดรายได้ 1.64 หมื่นลบ. (+23% YoY, +8% QoQ) จากยอดขายไฟและรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Pool Gas สูงขึ้นทำให้ GPM ลดลง 3 ppt YoY
-BA (พาย) ราคาเป้าหมาย 22.40 บาท ไตรมาส 3/69 ที่คาดว่ายังเห็นกำไรสุทธิอยู่ในระดับสูงที่ระดับ 757 ล้านบาท จากผลดีของการเป็นช่วง High Seasons ของเกาะสมุยที่ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยเติบโตกว่า 13% YoY
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน