ในตลาดหุ้น ราคาหลักทรัพย์สะท้อนความคาดหวังของผู้ลงทุนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ขณะที่คุณภาพของบริษัทต้องอาศัยเวลาสร้าง ทั้งความสามารถของผู้บริหาร ระบบการทำงาน นวัตกรรม และความไว้วางใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
การมีเวทียกย่ององค์กรที่ทำสิ่งเหล่านี้ได้โดดเด่นจึงมีความหมาย เพราะช่วยให้ตลาดมองเห็นความสำเร็จของธุรกิจในมิติที่ลึกกว่าความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น
SET Awards 2026 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 จึงเป็นทั้งเวทีเชิดชูความสำเร็จ และแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในตลาดทุนพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยงานมอบรางวัลเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2546
หากเปรียบตลาดทุนเป็นสนามกีฬา ราคาหุ้นก็คล้าย แต้มในการแข่งขันที่ทุกคนติดตาม ส่วนรางวัลด้านคุณภาพองค์กรช่วยให้เห็นเบื้องหลังว่า ทีมใดมีผู้นำที่ดี ทีมใดวางระบบแข็งแรง และทีมใดกำลังพัฒนาความสามารถสำหรับการแข่งขันระยะยาว
ความสำคัญของรางวัลแต่ละประเภท จึงอยู่ที่การทำให้ความสำเร็จที่แตกต่างกันได้รับการมองเห็น
รางวัลด้านผลการดำเนินงานช่วยให้ผู้ลงทุนสนใจความสามารถในการบริหารธุรกิจ รางวัลผู้บริหารช่วยสะท้อนบทบาทของผู้นำ ขณะที่รางวัลนวัตกรรมชวนให้มองศักยภาพในการสร้างโอกาสใหม่ ส่วนรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้น ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบของกลุ่ม Business Excellence ใน SET Awards
สำหรับนักลงทุนรายย่อย งานนักลงทุนสัมพันธ์ มีความหมายใกล้ตัวอย่างมาก ลองเปรียบเทียบบริษัทสองแห่งที่ทำธุรกิจคล้ายกัน แห่งหนึ่งอธิบายรายได้ ต้นทุน และความเสี่ยงอย่างชัดเจน พร้อมตอบคำถามอย่างสม่ำเสมอ ผู้ลงทุนย่อมมีข้อมูลทำความเข้าใจธุรกิจได้สะดวกกว่าอีกแห่งที่สื่อสารอย่างจำกัด
ในเชิงมุมมอง การให้ความสำคัญกับรางวัลด้านนี้จึงช่วยสร้างแรงจูงใจให้บริษัทพัฒนาคุณภาพการสื่อสาร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นโดยตรง เพราะข้อมูลที่เข้าใจได้ช่วยให้ประเมินโอกาสและความเสี่ยงได้รอบด้านขึ้น
ผลการตัดสินในปี 2569 มีความสำเร็จของผู้นำองค์กรที่น่าสนใจ โดย นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย [KTB] ได้รับ Best CEO Awards ของ SET ส่วนนายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส [FSMART] ได้รับรางวัลของ mai และนายพาชัย จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.น้ำมันพืชไทย [TVO] ได้รับ Young Rising Star CEO Awards
รางวัลสำหรับผู้นำมีความหมายในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลง เพราะการบริหารองค์กรต้องตัดสินใจทั้งเรื่องผลประกอบการปัจจุบัน การลงทุนเพื่ออนาคต และการดูแลผู้มีส่วนได้เสียไปพร้อมกัน เปรียบได้กับกัปตันเรือที่ต้องพาทีมเดินทางถึงเป้าหมาย พร้อมเตรียมรับคลื่นลมที่อาจเปลี่ยนทิศได้ตลอดเวลา
โดยบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ได้รับรางวัลเป็นต้นแบบของธุรกิจที่สร้างคุณค่าระยะยาว และผู้นำที่พาองค์กรปรับตัวท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง สอดคล้องกับพันธกิจการสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือและยั่งยืน
ในอีกมิติที่เพิ่มน้ำหนักให้รางวัลคือความต่อเนื่อง โดย SET Awards of Honor เป็นรางวัลสำหรับบริษัทหรือบุคคลที่รักษาความโดดเด่นและความยอดเยี่ยมในด้านต่างๆ ต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เปรียบเหมือนนักกีฬาที่รักษาผลงานระดับสูงได้หลายฤดูกาล ซึ่งต้องอาศัยทั้งความสามารถ วินัย และระบบสนับสนุนที่ดี
สำหรับธุรกิจ ความสามารถในการทำผลงานมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นว่าความสำเร็จมีรากฐานรองรับเพียงใด และองค์กรสามารถรักษามาตรฐานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้อย่างไร
โดยในปีนี้มีผู้ได้รับ SET Awards of Honor เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะด้านนวัตกรรม สะท้อนความมุ่งมั่นพัฒนาสิ่งใหม่ควบคู่กับการจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร ขณะที่กลุ่ม Business Excellence มีผู้ได้รับ Awards of Honor 9 บริษัท และรางวัลยอดเยี่ยม 30 บริษัท
ในมุมของผู้ลงทุน ประเด็นนี้ชวนให้มองเห็นว่านวัตกรรมกว้างกว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ เพราะการปรับกระบวนการผลิต ลดความสูญเสีย พัฒนาบริการ หรือทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกขึ้น ล้วนเป็นแนวทางสร้างความสามารถในการแข่งขันที่อาจต่อยอดไปสู่ผลประกอบการในอนาคต
ด้านความยั่งยืน กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มีบริษัทได้รับรางวัล Supply Chain Management Awards ทั้งสิ้น 9 บริษัท และมีบริษัทที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณ Sustainability Recognitions ในวาระพิเศษครบรอบ 10 ปีของรางวัล Sustainability Awards ทั้งสิ้น 15 บริษัท
ความสำคัญของการบริหารห่วงโซ่อุปทานนี้ สามารถอธิบายได้ง่ายผ่านโรงงานแห่งหนึ่ง แม้โรงงานมีคำสั่งซื้อจำนวนมาก แต่หากคู่ค้าส่งวัตถุดิบไม่ได้ คุณภาพไม่สม่ำเสมอ หรือมีปัญหาที่กระทบการดำเนินงาน ธุรกิจก็อาจสะดุดตามไปด้วย การพัฒนาคู่ค้าและระบบจัดซื้อ จึงสัมพันธ์กับความแข็งแกร่งของกิจการเอง
รางวัลประเภทนี้จึงชวนให้มองความสำเร็จของบริษัทเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายธุรกิจ เพราะเมื่อคู่ค้าเติบโตอย่างมีคุณภาพ ความพร้อมในการแข่งขันของทั้งห่วงโซ่ก็มีโอกาสดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ เว้นวรรคการมอบ Sustainability Awards ในปี 2569-2570 เพื่อปรับแนวทางให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านการประเมินและการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยยังมอบ Supply Chain Management Awards ตามปกติ
ในเชิงวิเคราะห์ การทบทวนเกณฑ์ให้ทันบริบทใหม่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาคุณค่ารางวัล เพราะมาตรฐานที่มีประโยชน์ควรพัฒนาไปพร้อมกับความท้าทายที่ธุรกิจเผชิญ
สำหรับผู้ลงทุน SET Awards สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาบริษัท โดยพิจารณาต่อว่าบริษัทได้รับการยกย่องด้านใด จุดแข็งนั้นเชื่อมโยงกับธุรกิจอย่างไร และรักษาได้ต่อเนื่องเพียงใด ก่อนประเมินร่วมกับงบการเงิน แนวโน้มกำไร ความเสี่ยง และราคาหุ้น
ส่วนบริษัทที่ยังไม่ได้รับรางวัลก็สามารถนำแนวทางขององค์กรต้นแบบมาประยุกต์ใช้ได้ ตั้งแต่การพัฒนาผู้นำ การสื่อสารกับผู้ถือหุ้น ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมและดูแลคู่ค้า ผลเชิงบวกของเวทีรางวัลจึงขยายออกไปได้ไกลกว่ารายชื่อผู้ชนะที่ปรากฎออกมา
ตลอด 23 ปี SET Awards ได้สร้างพื้นที่ให้ความพยายามในการพัฒนาคุณภาพองค์กรได้รับการยอมรับ และช่วยส่งต่อแนวทางการทำงานที่ดีให้ตลาดทุนไทย โดยถ้วยรางวัลเกียรติยศที่มอบให้มีคุณค่าของต้นแบบที่สามารถสร้างประโยชน์ให้บริษัท ผู้ลงทุน และตลาดทุนเติบโตไปด้วยกันในอนาคต
โดย ธิติ ภัทรยลรดี