ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (4 พ.ย.) หลังผลนับคะแนนเบื้องต้นบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจจะนำไปสู่การใช้มาตรการเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 60,835.36 จุด ร่วงลง 2,246.50 จุด หรือ -3.56%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 23,529.66 จุด ขยับขึ้น 3.69 จุด หรือ +0.02%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,604.37 จุด ลดลง 3.73 จุด หรือ -0.10%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 3.75%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.9%
สหรัฐฯ เริ่มทยอยปิดคูหาเลือกกลางเทอม ซึ่งเป็นการชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต โดยการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่การนับคะแนนล่าสุดบ่งชี้ว่าพรรคเดโมแครตอาจได้ครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตจะนำไปสู่การตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบริษัทด้าน AI ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายหุ้นกลุ่ม AI ในตลาดเอเชียซึ่งได้รับแรงกดดันอยู่ก่อนแล้ว จากกังวลที่ว่าเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่บริษัทเทคโนโลยีทุ่มไปกับการลงทุนใน AI นั้น จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชีย ผลสำรวจของภาคเอกชนที่เผยแพร่ในวันนี้บ่งชี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน หรือ RatingDog China Services PMI ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.8 ในเดือนต.ค. จากระดับ 51.6 ในเดือนก.ย. เนื่องจากความเชื่อมั่นภาคธุรกิจปรับตัวลง จากการที่บริษัทต่าง ๆ เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนที่สูงขึ้น
แม้ดัชนี PMI เดือนต.ค.อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัว แต่ก็เป็นการขยายตัวในอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช