ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนในวันพุธ (4 พ.ย.) โดยดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นในวงกว้าง หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะและครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ขณะที่หุ้น Novo Nordisk ผู้ผลิตยา Wegovy พุ่งขึ้น หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 657.40 จุด เพิ่มขึ้น 11.74 จุด หรือ +1.82%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,177.89 จุด เพิ่มขึ้น 157.58 จุด หรือ +1.96%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,437.67 จุด เพิ่มขึ้น 573.05 จุด หรือ +2.22%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,829.21 จุด เพิ่มขึ้น 190.78 จุด หรือ +1.79%
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. และเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ส่วนดัชนี IBEX ของสเปน ซึ่งมีหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นองค์ประกอบสำคัญ พุ่งขึ้น 3% มากที่สุดในบรรดาตลาดหุ้นภูมิภาค
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นในช่วงสั้น ๆ หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าการปรับขึ้นครั้งนี้จะยืนระยะได้นานเพียงใด โดยภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยังเปิดโอกาสให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้อีก
หุ้นกลุ่มธนาคารในดัชนี Euro STOXX พุ่งขึ้น 4.6% นำการปรับขึ้นของหุ้นรายกลุ่ม และทำสถิติปรับตัวขึ้นรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. เนื่องจากนักลงทุนโยกเงินเข้าซื้อหุ้นธนาคารที่เน้นทำธุรกิจในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ปรับตัวตามหลังตลาดโดยรวมมาตลอดช่วงเกือบทั้งปี นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่าธนาคารยุโรปอาจเผชิญการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลน้อยลงด้วย
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่พรรคเดโมแครตเข้ามาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐฯ จะจำกัดความสามารถของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกำหนดข้อบังคับหรือมาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารยุโรปที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ สัญญาฟิวเจอร์สหุ้น STOXX ปรับตัวลงหนักสุด 1.4% ในช่วงต้นการซื้อขายในวันพุธ ก่อนฟื้นตัวขึ้นหลังพรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคลายความกังวลหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมรับผลการเลือกตั้ง
หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากนโยบายของทรัมป์ เป็นอีกกลุ่มที่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Vestas พุ่งขึ้น 2.9%, หุ้น Orsted เพิ่มขึ้น 4.6% และหุ้น Nordex ทะยานขึ้น 4.8%
หุ้น Novo Nordisk ปรับตัวขึ้น 5.6% หลังผู้ผลิตยา Wegovy รายงานกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายและกำไรตลอดทั้งปี
ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 0.2% เนื่องจากนักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครตจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ Advanced Micro Devices (AMD) บริษัทผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯ เปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งก็ตาม
หุ้น Infineon, ASML และ Soitec ปรับตัวลงระหว่าง 3.4-11.8% ขณะที่หุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรม AI อย่าง Siemens Energy และ Schneider Electric ร่วงลง 8% และ 3.4% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่ออกมาดีกว่าคาด โดยหุ้น Heidelberg Materials ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง พุ่งขึ้น 9.6% หลังรายงานยอดขายไตรมาส 3 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนหุ้น Pandora ผู้ผลิตเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 10.9% หลังรายงานกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ในไตรมาส 3 สูงกว่าคาด
หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ร่วงลง 2.4% หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลงถึง 8%
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีในเดือนต.ค. ส่งผลให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช