สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (4 พ.ย.) ว่า สิงคโปร์เตรียมเดินหน้าแก้ไขกฎหมายว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน โดยเพิ่มโทษปรับสูงสุดถึง 10 เท่า คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 526 ล้านบาท) สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตหมอกควัน หวังเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและลงโทษผู้ลักลอบเผาพื้นที่อย่างจริงจัง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.ที่ผ่านมา สิงคโปร์ต้องเผชิญกับวิกฤตหมอกควันข้ามแดนครั้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ภาคธุรกิจ แรงงาน ตลอดจนสร้างความกังวลด้านสาธารณสุขในวงกว้าง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาต้นตอ
การปรับปรุงกฎหมายใหม่จะช่วยขยายอำนาจให้สำนักงานฯ สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินธุรกิจกับปัญหามลพิษได้เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมถึงบังคับให้บริษัทหรือหน่วยงานที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ต้องจัดหาและออกค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ประเมินอิสระจากภาคเอกชนเข้ามาตรวจสอบเอง
นอกจากนี้ รัฐบาลจะมีอำนาจขึ้นบัญชีบุคคลหรือหน่วยงานที่เข้าข่ายต้องสงสัย ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ตลอดจนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อจำกัดการทำธุรกรรมและตัดช่องทางการสนับสนุนทางการเงิน
ขณะเดียวกัน ยังมีการเพิ่มมาตรการทางกฎหมายอื่น ๆ ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งการขยายขอบเขตการบังคับใช้ให้ครอบคลุมถึงกรณีการเผาพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะส่งผลกระทบต่อสิงคโปร์ แม้หมอกควันจะยังลอยมาไม่ถึงก็ตาม กำหนดโทษปรับทางแพ่งสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 263 ล้านบาท) และเพิ่มอำนาจศาลให้สามารถสั่งปรับเงินเพิ่มเติม โดยคำนวณจากผลประโยชน์หรือกำไรที่ผู้กระทำผิดได้รับจากการฝ่าฝืนกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อจัดการกับต้นตอเพลิงไหม้ ควบคู่ไปกับการใช้อำนาจตามกฎหมายภายในประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตหมอกควันข้ามแดนซ้ำรอยอีก
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/กัลยาณี ชีวะพานิช