หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียปรับตัวลงในวันนี้ (5 พ.ย.) โดยหุ้นผู้ผลิตชิปของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เผชิญแรงขายหนักที่สุด หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของ Qualcomm และ Arm Holdings บริษัทออกแบบชิปของสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า การลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่
หุ้น Samsung Electronics ของเกาหลีใต้ ร่วงลง 5.7% ขณะที่หุ้น SK hynix ดิ่งลง 7.4% โดยหุ้นทั้งสองเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ฉุดดัชนีตลาดหุ้นโดยรวม
ด้านหุ้น Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิปของญี่ปุ่น ร่วงลงมากกว่า 11% ขณะที่หุ้น Lasertec Corp ปรับตัวลง 12.5% ส่วนหุ้น Kioxia Holdings ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ลดลง 9.2% ต่อเนื่องจากการปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา หลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการที่น่าผิดหวัง
แรงกดดันต่อหุ้นผู้ผลิตชิปในเอเชียเพิ่มขึ้น หลัง Qualcomm รายงานรายได้จากธุรกิจชิปสำหรับสมาร์ตโฟนในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยหุ้น Qualcomm Incorporated ร่วงลงมากกว่า 9% ณ เวลา 04.12 น. GMT ในการซื้อขายนอกเวลาทำการของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ หรือตรงกับเวลา 11.12 น. ตามเวลาไทยในวันนี้ สะท้อนถึงแรงกดดันต่อธุรกิจสมาร์ตโฟนซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
ขณะที่ Arm Holdings รายงานรายได้และกำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่รายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น 8% สู่ระดับ 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง และกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลงราว 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
นอกจากนี้ หุ้นผู้ผลิตชิปในเอเชียยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยนักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นต่อความเป็นไปได้ที่การลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจนำไปสู่ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างโครงการใหม่ ๆ
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของจีนส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นสวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาค หลังมาตรการล่าสุดของรัฐบาลปักกิ่งเพื่อพยุงตลาดช่วยกระตุ้นความต้องการลงทุนในหุ้นผู้ผลิตชิปภายในประเทศ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช