ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนของนางรุ่งรัชนี โชติพรหม เป็นเวลา 10 ปี กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงไทย [KTB]
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทย และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่า ในช่วงกุมภาพันธ์ 2555 มีนาคม 2568 นางรุ่งรัชนีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของลูกค้า จำนวน 13 ราย มูลค่ารวม 53,575,843.56 บาท โดยนำเอกสารของลูกค้าที่ต้องการลงทุนในกองทุน term fund ไปทำการเปิดบัญชีกองทุน และทำบัตร ATM ในนามลูกค้าโดยที่ลูกค้าไม่รับทราบและยินยอม แล้วถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าไปซื้อกองทุนเปิดซึ่งไม่ตรงกับความประสงค์ของลูกค้า รวมทั้งลักลอบขายกองทุนของลูกค้าและลูกค้ารายอื่น ๆ และถอนเงินของลูกค้าหลายรายรวมถึงเงินในบัญชีที่เปิดในนามลูกค้า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือนำไปโอนหมุนเวียนไปยังบัญชีลูกค้ารายอื่น ๆ และโอนเงินต่อไปยังบัญชีเงินฝากจริงของลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเห็นยอดเงินโอนและเข้าใจว่าเงินลงทุนยังอยู่ปกติ
นอกจากนี้ นางรุ่งรัชนี ยังได้สร้างเอกสารหลักฐานการทำรายการซื้อขายกองทุนและการถอนเงินที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง รวมถึงแก้ไขและทำลายเอกสารของธนาคาร เพื่อปกปิดความผิด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ภายหลังธนาคารตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าวของนางรุ่งรัชนี ธนาคารได้ชดใช้เงินคืนให้ลูกค้าครบถ้วนแล้ว
ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรุ่งรัชนี เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน อันเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2** และกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบของนางรุ่งรัชนี เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบ ความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรฝากหรือลงนามเอกสารสำคัญประกอบการทำธุรกรรม เช่น ใบถอนเงิน บัตรประชาชน สมุดคู่ฝาก เป็นต้น ให้ผู้แนะนำการลงทุนทำรายการแทนให้ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดจากการทุจริต