สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสภาคองเกรสภายใต้การนำของเดโมแครตอาจออกมาตรการควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.02% แตะที่ระดับ 101.546
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.85 เยน จากระดับ 158.49 เยนในวันพุธ (4 พ.ย.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8165 ฟรังก์ จากระดับ 0.8172 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3998 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3972 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1225 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1223 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3459 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3468 ดอลลาร์
สภาคองเกรสชุดใหม่ที่ควบคุมโดยพรรคเดโมแครตจะเข้ารับตำแหน่งในเดือนม.ค. 2570 ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจทำให้กระแสต่อต้านการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง อีกทั้งกังวลว่าพรรคเดโมแครตจะออกมาตรการควบคุมและข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อภาคส่วนนี้ เนื่องจากเดโมแครตมีนโยบายคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์และคัดค้านการลดหย่อนภาษีให้บริษัทเทคโนโลยี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสัดส่วนสูง
ทั้งนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจลดความน่าดึงดูดของดอลลาร์ และลดความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.9% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
ขณะที่ โธมัส บาร์กิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ แสดงความเห็นในระหว่างการประชุม CFO Summit ประจำปี 2026 ที่จัดโดยเฟดสาขาริชมอนด์ ว่า เขาคาดการณ์ว่าเฟดอาจต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และกล่าวว่า นโยบายการเงินจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน
นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช