ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วง นลท.ขายหุ้นชิปหลัง Nasdaq ปรับฐาน วิตกเดโมแครตคุมเข้ม AI

ข่าวต่างประเทศ Friday November 6, 2026 08:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วงลงในวันนี้ (6 พ.ย.) โดยปรับตัวตามตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนี Nasdaq ที่ดิ่งลงกว่า 5% และเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิป ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าพรรคเดโมแครตอาจใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังกวาดชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมและครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรสสหรัฐฯ

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 60,374.35 จุด ลดลง 703.55 จุด หรือ -1.15%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,404.62 จุด ลดลง 392.36 จุด หรือ -1.60%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,612.15 จุด ร่วงลง 77.76 จุด หรือ -2.11%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 8%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.9%

ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงกว่า 10% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ส่งผลให้ดัชนีเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิคแล้วในขณะนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของพรรคเดโมแครต รวมถึงชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐในรัฐสำคัญหลายแห่ง อาจนำไปสู่การใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดต่อการขยายการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วสหรัฐฯ เนื่องจากเดโมแครตมีนโยบายคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์และคัดค้านการลดหย่อนภาษีให้บริษัทเทคโนโลยี

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลงรุนแรงถึง 8% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มชิป ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (KRX) ประกาศหยุดการซื้อขายชั่วคราวหรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit breaker) เป็นเวลา 20 นาที ทั้งนี้ หุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics และหุ้น SK Hynix ต่างก็ร่วงลงกว่า 10%

ส่วนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น หุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายเช่นกัน โดยหุ้น Advantest ร่วงลง 12%, หุ้น SoftBank Group ร่วงลง 11%. ขณะที่หุ้น Tokyo Electron ลดลงเกือบ 9% และหุ้น Kioxia Holdings ดิ่งลง 11%

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ