NER วางเป้ายอดขายปีหน้า 4 แสนตัน อานิสงส์เอลนีโญดันราคายาง-ออร์เดอร์ยาวถึง เม.ย.70 ลั่นตรึง GPM เหนือ 10% จ่อรีเทิร์นปันผลหนัก

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday November 6, 2026 17:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ [NER] เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 70 ราว 4 แสนตันใกล้เคียงปีนี้ ขณะที่แนวโน้มราคายางน่าจะสูงขึ้นจากภาวะเอลนีโญ ซึ่งทำให้บริษัทมียอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาจนถึง เดือน มี.ค.-เม.ย.70 แล้ว ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเดิมที่สั่งสินค้าเป็นประจำอยู่แล้ว

พร้อมกันนั้นบริษัทวางเป้าหมายที่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ให้ต่ำกว่าปัจจุบันที่ดีขึ้นมาอยู่ในระดับมากกว่า 10% แล้ว เพื่อผลักดันผลประกอบการให้ออกมาดีด้วยการประหยัดต่อขนาด เพิ่มยอดขาย จัดการทำงานเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคายางจะสูงขึ้นมากในช่วงนี้ แต่บริษัทผลักภาระต้นทุนนี้ไปที่ราคาขายได้

เอลนีโญจะเกิดในปีหน้า ทำให้ทุกคนเก็งว่าซัพพลายจะไม่พอ จึงแย่งกันซื้อตั้งแต่ช่วงนี้ทำให้ราคายางวิ่งขึ้นไปมาก หลังจากปีหน้าแล้วทุกคนยังไม่รู้ว่าผลจะกระทบรุนแรงขนาดไหน จึงซื้อล่วงหน้าไว้ก่อนนายชูวิทย์ กล่าว

จากออร์เดอร์ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทวางแผนการผลิตเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าไปจนถึง 2-3 เดือนแรกในปี 70 โดยในไตรมาส 4/69 ผลิตครบตามออร์เดอร์แล้ว รอเพียงการส่งมอบให้กับลูกค้าเท่านั้น จึงมั่นใจว่าจะทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่เคยประกาศไว้ว่าจะทำรายได้ราว 3 หมื่นล้านบาท

ทุกอย่างไม่น่าผิดพลาดจากเป้าหมาย ปีนี้ทุกอย่างเรา match ไว้หมดแล้ว ผลิตเดือน 12 เสร็จแล้วรอส่งมอบอย่างเดียวนายชูวิทย์ กล่าว

แต่สำหรับสถานการณ์ในปีหน้า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผนงาน โดยติดตามสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อผลผลิตยางพารา เนื่องจากขณะนี้มีความแปรปรวนจากภาวะปกติ ปริมาณฝนยังตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอีสานที่เป็นแหล่งวัตถุดิบหลักของบริษัท แม้จะเข้าสู่เดือน พ.ย.แล้ว

ขณะที่บริษัทมีกำลังผลิต 5.15 แสนตัน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตราว 85-90% สามารถรรองรับยอดขายได้ราว 4.4-4.5 แสนตัน ซึ่งในปีหน้าก็คาดว่าจะรักษาระดับดังกล่าวไว้ใกล้เคียงปีนี้

นายชูวิทย์ ยังกล่าวว่า บริษํทมีความตั้งใจจะกลับมาจ่ายเงินปันผลให้ได้ในระดับเดิม หลังจากปันผลจากผลประกอบการงวดปี 68 ลดลงไปเนื่องจากต้องการกันเงินไว้ลงทุนขยายธุรกิจ แต่ขณะนี้ได้เลื่อนแผนขยายโรงงานออกไปแล้ว

ปันผลต้องพิจารณาให้รอบด้าน มีความเป็นไปได้จะกลับไปจ่ายเท่าเดิม 40% ปีที่แล้วจ่ายน้อยลงมาไม่ใช่ตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ แต่ใช้ความจริงที่เกิดขึ้น อยากให้นักลงทุนมองการเติบโต เพราะถ้าต้องกู้เงินมาจายปันผลหรือกู้มาทำงาน การเติบโตก้าวกระโดดก็จะช้าลงนายชูวิทย์ กล่าว

ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 มีรายได้จากการขายรวม 8,109.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.68% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายในประเทศ 6,476.57 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 79.87% ของยอดขายรวม ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 673.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.82% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.33% เพิ่มขึ้นจาก 8.92% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ