โพลชี้คนไทยผวาภัยไซเบอร์-น้ำไฟดับ-เน็ตล่ม จี้รัฐวงแผนรับมือ 72 ชม.

ข่าวทั่วไป Sunday November 8, 2026 09:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สeรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง คนไทยกับการเตรียม
รับมือเหตุฉุกเฉิน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,183 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2569
ผลการสำรวจ พบว่า จากข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ทำให้รู้สึก
เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว ร้อยละ 56.97

โดยมองว่าประเทศไทยอาจมีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม ข้อมูลรั่วไหล มากที่สุด ร้อยละ 62.55 รองลงมาคือระบบสาธารณูปโภคล่ม ร้อยละ 62.05 ขณะที่ภัยหรือเหตุฉุกเฉินที่กังวลมากที่สุดคือ ไฟดับ น้ำไม่ไหล ร้อยละ 29.16 ทั้งนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าตนเองและครอบครัว จะรับมือเหตุฉุกเฉินใน 72 ชั่วโมงแรกได้ร้อยละ 57.14 และอยากให้ภาครัฐเตรียมแผนสำรองหากระบบสื่อสาร/อินเทอร์เน็ตล่ม ร้อยละ 62.47

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะย้ำให้ประชาชน ตระหนักแต่ไม่ตระหนก แต่เมื่อหลายประเทศแนะนำให้เตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินในทิศทางเดียวกัน ย่อมสร้างความกังวล ซึ่งผลโพลสะท้อนว่าประชาชนต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและแนวทางรับมือที่ชัดเจน รัฐบาลจึงควรสื่อสารถึงความเสี่ยง สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมและมาตรการรองรับมากกว่าการยืนยันว่าสถานการณ์ไม่น่ากังวลเพียงอย่างเดียว

ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลสะท้อนว่า คนไทยรับรู้และกังวลต่อการเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง แต่การรับรู้ยังไม่แปรเป็นการเตรียมพร้อมเชิงปฏิบัติอย่างทั่วถึง ภาครัฐจึงควรส่งเสริมทักษะฉุกเฉิน การตรวจสอบข่าวสาร และการแยกแยะข้อมูลจริงกับข้อมูลเท็จ การมองภัยไซเบอร์เป็นความเสี่ยงสูงอาจได้รับอิทธิพลจากกระแสข่าวต่างประเทศ

ขณะที่ความกังวลต่อไฟดับ น้ำไม่ไหล และอินเทอร์เน็ตล่ม สะท้อนความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานใกล้ตัว แม้ประชาชน
ส่วนใหญ่มั่นใจว่าจะรับมือได้ แต่ความพร้อมอาจแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลหรือเข้าถึงยาก
ดังนั้น ประเทศไทยควรใช้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เป็นกรอบเชื่อมโยงข้อมูลความเสี่ยง
เชิงพื้นที่ แผน 72 ชั่วโมง บทบาทหน่วยงาน ระบบสื่อสารสำรอง และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมจัดซ้อมแผน
กำหนดตัวชี้วัดและทบทวนหลังเกิดเหตุ เพื่อให้การจัดการมีความรวดเร็ว เป็นเอกภาพ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ