"รัฐบาล" แจง "รักชนก" ปม SLAPP ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก ยันไม่เคยให้ท้ายคนผิด

ข่าวการเมือง Sunday May 17, 2026 17:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เผยแพร่คลิปวิพากษ์วิจารณ์ กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แสดงความเห็นเกี่ยวกับสิทธิของหน่วยงานรัฐในการดำเนินคดี หากได้รับความเสียหายจากข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า อาจเข้าข่ายการ "ฟ้องปิดปาก" หรือ SLAPP ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการตรวจสอบภาครัฐ แต่ในบางประเด็นอาจมีการตีความที่คลาดเคลื่อนจากหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง

นางสาวลลิดา ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ไม่เคยสนับสนุนให้มีการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งผู้เปิดโปงข้อมูลหรือปิดกั้นการตรวจสอบ แต่ได้อธิบายหลักการพื้นฐานว่า หากมีการกล่าวหา หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง จนสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานหรือบุคคล หน่วยงานนั้นย่อมมีสิทธิใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องชื่อเสียงและข้อเท็จจริงของตนเอง ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

"การใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้ององค์กร ไม่ควรถูกตีความว่า เป็นการฟ้องปิดปากโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เจตนา และพยานหลักฐานในแต่ละกรณี"นางสาวลลิดา กล่าว

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลหรือดัชนีบางประเภทที่จัดทำโดยองค์กรภายนอก เป็นการสะท้อน "ความรู้สึก" หรือ perception จากแบบสอบถาม ซึ่งมีประโยชน์ในเชิงการสะท้อนความคิดเห็นของสังคม แต่ไม่ได้หมายความว่า เป็นข้อเท็จจริงทางกฎหมาย หรือเป็นหลักฐานที่สามารถชี้ชัดว่า หน่วยงานใดกระทำผิดได้ทันที

"การนำข้อมูลเชิง perception ไปสรุปว่า หน่วยงานใดทุจริตโดยไม่มีพยานหลักฐานรองรับ อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และการทำงานขององค์กรได้เช่นกัน"นางสาวลลิดา กล่าว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่า ได้ดำเนินการปราบปรามการทุจริตและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยอาศัยกระบวนการทางกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ใช่การตัดสินจากกระแสหรือความรู้สึก อาทิ การขยายผลจับกุมและปลดนายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงการจัดระเบียบและดำเนินคดีกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น จังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย และเกาะพะงัน เป็นต้น

"รัฐบาลไม่เคยให้ท้ายคนผิด และเมื่อมีหลักฐานชัดเจนก็ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา สิ่งสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างการเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบ กับการคุ้มครองสิทธิของผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน" นางสาวลลิดา กล่าว

นางสาวลลิดา ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะและการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน แต่การสื่อสารต่อสาธารณะควรตั้งอยู่บนข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่รอบด้าน เพื่อสร้างบรรยากาศการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและหลักนิติธรรม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ