"สมชัย"เข้าใจสำนักงานอัยการถอนถกโรดแมปหาทางออกประเทศ

ข่าวการเมือง Saturday March 15, 2014 17:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการประกาศขอถอนตัวของสำนักงานอัยการในการร่วมมือระว่าง 7 องค์กรเพื่อเสนอทางออกแก่บ้านเมืองว่า อาจเป็นเพราะความเป็นวิชาชีพขององค์กรอัยการที่มีหน้าที่ต้องบังคับคดีตามกฎหมาย ท่านจึงอาจไม่สะดวกในการเป็นตัวกลางในการเจรจา อย่างน้อยที่สุดเชื่อว่าปัญหาที่ท่านอึดอัดใจเพราะฐานะของคู่เจรจาบางคนอยู่ในฐานะถูกหมายจับหมายเรียก เป็นผู้ต้อหาในการกระทำผิด ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐคงจะให้ผู้ที่มองว่าทำผิดกฎหมายมาพูดคุยด้วยคงทำไม่ได้

ที่จริงหากมองให้ลึกซึ้ง ปัญหาคดีความที่เกี่ยวข้องล้วนแต่เกิดจากสาเหตุของการเมือง และทำให้บ้านเมืองเราเกิดความไม่สงบ ทางอัยการก็ยังสามารถมาร่วมในฐานะส่วนบุคคลในการประสานให้เกิดการเจรจาให้สำเร็จเพื่อให้บ้านเมืองสงบก็ยังน่าจะทำได้ โดยที่สังคมเองก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นการขัดต่อวิชาชีพ เพราะว่าไปแล้วองค์กรอื่นๆ ที่ร่วมก็ไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หรือไม่มีหน้าที่โดยตรงในบทบาทการเจรจาเช่นเดียวกัน

“สังคมไทยมันเดินต่อไม่ได้ถ้าไม่มีการเจรจา และเดี๋ยวนี้มันยากเต็มทีที่จะหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาทำหน้าที่ได้ การออกมาขององค์กรอิสระเหล่านี้ จึงเป็นการแสดงบทบาทในฐานะของคนไทยที่อยากให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าองค์กรอัยการจะถอนก็ไม่เป็นปัญหา แต่ก็ยังมีอีกหลายองค์กรอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย" นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า เหตุผลที่เป็น 7 องค์กรตามที่เป็นข่าวไปนั้น เพราะที่ผ่านมาองค์อำนาจขององค์กรทั้งเจ็ดก็มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือนมาหลายปีแล้ว และผลัดกันเป็นประธา แต่เฉพาะกรณีนี้ทางอัยการจะถอนตัวไปก็ไม่มีปัญหา ขณะนี้ก็ยังมีการทาบทามสภาพัฒนาการซึ่งเป็นอีกองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งก็เป็นองค์กรอิสระมามีส่วนร่วมด้วย และจะเข้าร่วมประชุมเป็นทางการด้วยในวันที่ 19 มี.ค.นี้

นายสมชัย กล่าวถึง สถานการณ์บ้านเมืองที่ต้องหาคนกลางในการไกล่เกลี่ยเจรจาหาทางออกบ้านเมืองนั้น มีการหยิบยกมาในที่ประชุม 7องค์กรมาก่อนหน้านี้ 2 ครั้งหรือ 2 เดือนมาแล้ว โดยผู้ริเริ่มคือนายโอกาส เตพละกุล ประธานภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยในการประชุมรอบหลังสุดนี้ตนได้มีโอกาสเสนอโรคแมพ หรือขั้นตอนการเจรจาที่ชัดเจนขึ้น จึงประกาศเริ่มต้นเดินหน้าในวันจันทร์ที่ 17 มี.ค.นี้ ใน 4 หัวข้อประเด็นการเจรจา ถ้าสองฝ่ายตอบโจทย์สี่ข้อนี้ได้ ปัญหาของประเทศก็จะคลี่คลายในระดับหนึ่ง รวมทั้งโรดเมฟขั้นตอนการเจรจาทั้งหมด 7 ขั้นตอน และจะเดินหน้าดำเนินการสู่การเจรจาทันทีหลังการแถลงข่าว แต่ระยะเวลาจะสิ้นสุดมื่อไหร่ยังตอบไม่ได้

“ผู้แทนของสำนักอัยการก็ร่วมประชุมด้วยทั้งสองครั้ง ครั้งล่าสุดก็เป็นนายประสิทธิ์ ปทุมมารักษ์ อัยการอาวุโส ซึ่งท่านก็ไม่ได้ขัดแย้งหรือคัดค้านในที่ประชุมแต่อย่างใด เพียงแต่เมื่อกลับไปรายงานแล้วก็พบว่าท่านอัยการสูงสุดอาจจะมองว่าเป็นความขัดแย้งทางอำนาจหน้าที่ ซึ่งก็ไม่ติดขัดอะไร ท่านถอนตัวไปก็จะเหลือ 6 องค์กร" นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ของแกนนำ นปช. ต่อแนวทาง 7 องค์กรฯ ว่า ทั้งหมดนี้ทุกคนยังไม่ได้เห็นเนื้อหาที่จะนำเสนอ ปฏิกิริยาเชิงลบที่เกิดขึ้นตนถือว่าไม่เป็นธรรมต่อ 7 องค์กร ส่วนกรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือนายนภดล ปัทมะ โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ออกมาพูดว่าสนับสนุนให้เกิดการพูดคุยนั้น ก็เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่สอดคล้องกับความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ ว่าขณะนี้บ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้ และทุกฝ่ายในประเทศก็ปรารถนาจะเห็นการเจรจาหาทางออกของสังคม ดังนั้นเมื่อจะมีองค์กรสักกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่ให้เกิดการเจรจาได้ ทุกคนก็น่าจะยินดี เพียงแต่ประเด็น หรือคำถามี่จะนำไปสู่การเจรจาต้องมีความเป็นธรรม ไม่เอาข้อเสนอที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะสร้างข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาที่สุดให้แก่สังคม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ