ข่าวอินโฟเควสท์
19:21 สภาผู้แทนฯโหวตเลือก "ชวน หลีกภัย" เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน 258 เสียง   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ลงมติเลือกนายชวน หลีกภัย สมาชิกส…
17:12 แหล่งข่าวเผย"หัวเว่ย"ต้องการระดมทุน 1 พันล้านดอลล์หลังถูกสหรัฐสั่งแบน   แหล่งข่าววงในซึ่งไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีนต้…
16:28 กระทรวงสื่อสารอินโดนีเซียยกเลิกคำสั่งห้ามใช้โซเชียล มีเดียเป็นการชั่วคราวแล้ว   นายซีมูเอล เอบริจานี แพนจีราพัน ผู้อำนวยการทั่วไปด้านแอพพลิเคชั…
15:35 "ทรัมป์"เดินทางถึงกรุงโตเกียวแล้วในการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เดินทางถึงกรุ…
15:31 รมว.สาธารณสุขอังกฤษโดดร่วมแข่งขันชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่   นายแมตต์ แฮนค็อก รมว.สาธารณสุขของอังกฤษเปิดเผยในวันนี้ว่า เขาจะลงแข่งขันชิงตำแห…

เลือกตั้ง'62: ศรีสุวรรณเตรียมเข้าให้ถ้อยคำกกต.เพิ่มเติมกรณีธนาธรโอนทรัพย์สิน Blind Trust 5 เม.ย.

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2562 15:04:35 น.

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือด่วนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมพร้อมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เอาผิดกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 5 เม.ย. 62 เวลา 13.00 น.

สืบเนื่องจากกรณีที่สมาคมฯได้เคยร้องเรียนเมื่อวันที่ 19 มี.ค.62 ให้มีการตรวจสอบนายธนาธร กรณีการแถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้ trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล โดยอ้างว่าวิธิการนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ private fund มาก่อน อาจเข้าข่ายหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตาม ม.73(5) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 เพราะวิธีการดังกล่าวในอดีตเคยมีนักการเมืองมากมายที่ใช้วิธีการโอนหุ้นของตนไปให้ trust ดูแล ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเป็นนักการเมืองคนแรกที่กระทำเช่นนี้ตามที่นายธนาธรแอบอ้างแต่อย่างใด

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หาก กกต.วินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนตาม ม.73(5) จริงก็จะมีบทลงโทษตาม ม.195 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 คือ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง