บรรดานักเศรษฐศาสตร์ที่ร่วมการประชุมฮาร์วาร์ด ไชน่า ฟอรั่ม ในเมืองบอสตัน มองว่า เงินเฟ้อจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจจีนในปีนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เฟรด หู นักเศรษฐศาสตร์และประธานพริมาเวรา แคปิตอล กรุ๊ป กล่าวว่า เงินเฟ้อจะยังคงเป็นปัจจัยคุกคามที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจจีน และนโยบายการเงินของจีนยังคงมีแนวโน้มที่จะถูกคุมเข้มมากขึ้น เขากล่าวว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของจีนนั้น มีสาเหตุหลักมาจากการใช้มาตรการกระตุ้นสภาพคล่องจำนวนมหาศาล หลังจากที่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2552 รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น
โรนัลด์ แมคคินนอน ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น เช่น น้ำมัน ทองแดง และแร่เหล็กนั้น เป็นผลพวงมาจากการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับศูนย์ของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐและอังกฤษ
แมคคินนอนกล่าวต่อไปว่า นโยบายคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเกินไปของประเทศเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสเงินร้อนไหลเข้าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงจีนด้วย ส่งผลให้มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากขึ้น ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่แย่มากสำหรับเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ขยายตัวขึ้นในประเทศ นายหูกล่าวว่า ธนาคารกลางจีนควรจะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป เหมือนกับที่ดำเนินการเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว
ด้านแมคคินนอนกล่าวว่า หากสหรัฐจะร่วมวงคุมเข้มด้านการเงินและขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ก็จะถือเป็นประโยชน์มาก