ธปท. เผยเศรษฐกิจธ.ค.โตต่อเนื่องตามส่งออก-บริโภคและลงทุนเอกชนรับมาตรการรัฐ-การผลิตกลับมาขยายตัว

ข่าวเศรษฐกิจ Friday January 30, 2026 14:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยเศรษฐกิจไทยในเดือนธ.ค. 68 ขยายตัวจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและสินค้าเกษตร การบริโภคภาคเอกชนโดยเฉพาะหมวดบริการที่ได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงหมวดยานพาหนะจากการเร่งจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับดีขึ้นสอดคล้องกัน ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่หยุดผลิตชั่วคราวกลับมาดำเนินการตามปกติ สำหรับรายรับภาคการท่องเที่ยวลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลของน้ำท่วม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกแต่ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามราคาค่าโดยสารสาธารณะ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ซักล้าง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากทั้งดุลการค้า และดุลบริการ รายได้ และเงินโอน สำหรับตลาดแรงงานทรงตัว

ส่วนทั้งไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากเครื่องชี้อุปสงค์ต่างประเทศทั้งการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และรายรับภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการขยายตัวสอดคล้องกัน สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่ปิดเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและซ่อมบำรุงชั่วคราวกลับมาผลิตตามปกติ

*เศรษฐกิจด้านอุปสงค์

- การบริโภคภาคเอกชน

เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกหมวด จากการใช้จ่าย 1. หมวดบริการ ตามหมวดโรงแรมและภัตตาคาร ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2. หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายยานยนต์ทุกประเภท จากการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในงานมหกรรมยานยนต์ 3. หมวดสินค้าไม่คงทน จากยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และ 4. หมวดสินค้ากึ่งคงทน จากทั้งปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ ยังต้องติดตามแรงส่งในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง การซื้อรถยนต์ที่อาจชะลอลงหลังเร่งไปมากในเดือนนี้ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลงจากเดือนก่อน

- การลงทุนภาคเอกชน

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลขยายตัวจากเดือนก่อน โดยหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นตามยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้า และหมวดยานพาหนะเพิ่มขึ้นตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ จากการเร่งจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ประกอบกับมูลค่าการนำเข้าเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น สำหรับหมวดก่อสร้าง ทรงตัว โดยหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างในเขตอุตสาหกรรม ขณะที่หมวดที่อยู่อาศัยลดลงตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์

- จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (short haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ชะลอการเดินทางในช่วงที่ภาคใต้เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง และนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอลงหลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้าที่มีวันหยุดยาว อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) ขยายตัวตามนักท่องเที่ยวฝรั่งเศส และรัสเซียเป็นสำคัญ ด้านรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลหดตัวจากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัว

- การส่งออกสินค้า

มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลขยายตัวจากเดือนก่อนในหลายหมวดสินค้า อาทิ 1. เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามการส่งออกเครื่องปรับอากาศไปสหรัฐฯ และอาเซียน 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการส่งออกเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าไปสหรัฐฯ 3. อิเล็กทรอนิกส์ จากการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปสหรัฐฯ รวมถึงคอมพิวเตอร์ไปจีน และ 4. สินค้าเกษตร ตามการส่งออกทุเรียนและยางไปจีน อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดปิโตรเลียม ปรับลดลงตามการส่งออกไปยังเกาหลี จีน และอินเดีย

- การนำเข้าสินค้า

มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยการนำเข้าหมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิงลดลง ตามการนำเข้าวัตถุดิบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวันเป็นสำคัญ หลังจากเร่งนำเข้าในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค ปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเป็นสำคัญ หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องจักรจากจีน และหมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง

- การใช้จ่ายภาครัฐ

การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญและงบบุคลากรเป็นสำคัญ ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวตามการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี ส่วนหนึ่งจากโครงการงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 อย่างไรก็ดี รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและการสื่อสารเป็นสำคัญ

*เศรษฐกิจด้านอุปทาน

- การผลิตภาคอุตสาหกรรม

ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนน้อยกว่า 30% เพิ่มขึ้นจากการผลิตปิโตรเลียม หลังโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตชั่วคราวเพื่อปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ สำหรับกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ ตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนมากกว่า 60% ลดลงจากหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ตามการผลิตน้ำตาลที่ลดลงเป็นสำคัญ เนื่องจากปริมาณอ้อยเข้าหีบน้อยลงจากฝนตกหนัก

- ภาคบริการ

เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดยกิจกรรมในภาคการค้าขยายตัวตามการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและยอดขายรถยนต์ สอดคล้องกิจกรรมในภาคขนส่งที่ขยายตัวตามการขนส่งสินค้า สำหรับกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ

- รายได้เกษตรกร

รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามราคาสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยราคายางพาราและข้าวขาวลดลงจากปริมาณผลผลิตของทั้งไทยและตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยผลผลิตลำไยหดตัวเนื่องจากเร่งออกไปมากในช่วงกลางปี จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ประกอบกับฐานสูงในปีก่อนที่ผลผลิตลำไยนอกฤดูกาลออกช้ากว่าปกติ ขณะที่ผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันขยายตัวต่อเนื่องตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

*ภาวะการเงินและเสถียรภาพ

การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิและตลาดทุน โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นจากภาคการผลิตในสาขายางและพลาสติก วัสดุก่อสร้าง และภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ ขนส่ง ธุรกิจนวดและสปา โดยเฉพาะในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ด้านการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจในภาคบริการ อาทิ เทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อสิ่งพิมพ์ และภาคการค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายกำลังการผลิต ชำระคืนหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลงจากธุรกิจภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 68-26 ม.ค. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะเลื่อนออกไป

- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ ในเดือน ธ.ค. 68 และ ม.ค. 69 (ข้อมูลถึง 26 ม.ค. 69) เงินบาทปรับแข็งค่าตามทิศทางคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย จากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ออกมาช่วงปลายเดือน พ.ย. และต้นเดือน ธ.ค. ที่ยังอ่อนแอ ประกอบกับความกังวลจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทยจากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยแข็งค่าในเดือน ธ.ค. 68 และ ม.ค. 69 มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งจากปัจจัยเฉพาะของไทย

*เสถียรภาพเศรษฐกิจ

- อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกแต่ชะลอลงเล็กน้อยตามราคาค่าโดยสารสาธารณะ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ซักล้าง อย่างไรก็ดี ราคาอาหารสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้น

ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดือนก่อน ตามการจ้างงานในภาคบริการเป็นสำคัญ ขณะที่การจ้างงานในภาคการผลิตลดลงบ้าง โดยต้องติดตามการจ้างงานที่ยังคงลดลงในกลุ่มการผลิตสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า

ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลจากทั้งดุลการค้า และดุลบริการ รายได้ และเงินโอน

*แนวโน้มระยะต่อไป

สำหรับเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังมีแรงส่งจากกิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะภาคการค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวต่ำจากปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความสามารถในการแข่งขัน กดดันการเติบโตของรายได้และกำลังซื้อให้มีแนวโน้มชะลอลง

ทั้งนี้ในระยะต่อไปต้องติดตาม 1) ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท 2) สภาพคล่องของธุรกิจที่ตึงตัว 3) ความสามารถในการปรับตัวของภาคการผลิตและ 4) การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ