ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.03 คาดกรอบพรุ่งนี้ 30.90-31.15 จับตามาตรการภาษีสหรัฐฯรอบใหม่-ผลประชุมกนง.

ข่าวเศรษฐกิจ Monday February 23, 2026 17:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.03 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้า เปิดตลาดที่ระดับ 31.00 บาท/ดอลลาร์

ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.97 - 31.05 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแข็งค่าตามสกุลเงินในภูมิภาค และ แข็งค่ามากสุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากเงินเปโซ ของฟิลิปปินส์ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำ วินิจฉัยให้ยกเลิก มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tarifหf) กับสินค้าของประเทศคู่ค้าที่นำเข้ามาในสหรัฐฯ เนื่องจากเห็น ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตตามกฎหมาย IEEPA

ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศเดือนม.ค.69 ที่การส่งออกของไทย ทำมูลค่าสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเติบโตถึง 24.4% สูงสุดในรอบ 4 ปีนั้น ค่อนข้างมีผลจำกัดต่อค่าเงินบาท

โดยในช่วงนี้ คงต้องติดตามความคืบหน้าและท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจะหยิบยกมาตรการภาษีอื่นใด มาบังคับใช้กับ ประเทศคู่ค้าเพิ่มเติม ส่วนปัจจัยในประเทศที่สำคัญ อยู่ที่การติดตามผลประชุมมติดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวัน พุธที่ 25 ก.พ.นี้

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.15 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 154.77 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 154.03 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1810 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1820 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,480.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด (+0.04%) มูลค่าซื้อขาย 85,887.26 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 702.02 ล้านบาท
  • กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนม.ค.69 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 31,573.1 ล้าน
ดอลลาร์ ขยายตัวถึง 24.4% โดยในแง่มูลค่าถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนในแง่อัตราการขยายตัว ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่การ
นำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 29.4% ส่งผลให้ในเดือนม.ค.นี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านดอลลาร์
  • รมว.คลัง มั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 นี้ จะสามารถขยายตัวได้มากกว่า 2% อย่างแน่นอน โดยมีปัจจัยบวกจาก
มาตรการภาษีของสหรัฐฯ รอบล่าสุด ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกเป็น 15% ครอบ
คลุมระยะเวลา 150 วัน ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกไทยเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 1-2 ปีนี้เต็มที่ เพราะเป็นอัตราภาษีที่ลดลงจาก
เดิมที่สหรัฐฯ เคยประกาศว่าจะเรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของไทยที่อัตรา 19%
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง หวังรัฐบาลใหม่เร่งเบิก
จ่าย ออกมาตรการช่วยครัวเรือน SME ปรับโครงสร้างฟื้นเชื่อมั่นลงทุน ดึง FDI เชื่อ GDP จะโต 3% ได้ถ้าลดทุจริต เร่งเจรจาการค้า
ผ่อนคลายกฎระเบียบ ส่งเสริมการจ้างงาน
  • สภาพัฒน์ รายงานหนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 3/68 อยู่ที่ระดับ 86.8% ของ GDP ทรงตัวจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส
2/68) โดยหนี้สินครัวเรือนในไตรมาส 3/68 มีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ ด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ
  • สภาพัฒน์ เผยสถานการณ์แรงงานในไตรมาส 4/68 มีจำนวนผู้ว่างงานประมาณ 2.8 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน
0.7% ลดลงชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 0.88% ส่วนผู้มีงานทำ มีจำนวนทั้งสิ้น 39.8 ล้านคน
  • ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ อาจทำให้ภาคธุรกิจเผชิญภาวะ
ชะงักงันอีกครั้ง พร้อมคาดหวังว่า แผนการจัดเก็บภาษีครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังคำตัดสินของศาลฎีกานั้น จะผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีพอ
เพื่อให้ภาคธุรกิจรู้ว่าควรรับมืออย่างไร
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังคงอยู่
ในระดับที่ "สูงมาก" หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่ว
โลก
  • ราคาทองฟิวเจอร์ พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange)
ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 110.60 ดอลลาร์ หรือ 2.18% แตะที่ 5,191.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อ
ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากรของผู้นำสหรัฐฯ
  • สถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 88.6 ในเดือน
ก.พ. ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ มีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น ทั้ง
ต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนธ.ค.

และม.ค., ADP รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จาก Conference

Board, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ