"เอกนิติ" ชี้ 3 เกมเปลี่ยนโลก แนะไทยเข้าใจ-คว้าโอกาส ไม่ใช่แค่อยู่รอด แต่ต้องเป็นผู้ชนะ

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 18, 2026 17:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวในงานสัมมนา THE LONG GAME #เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย ในหัวข้อ "THE LONG GAME เศรษฐกิจไทย" ว่า ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจในแต่ละปีว่าจะสามารถเติบโตได้มากน้อยเพียงใด แต่วันนี้ ควรต้องมองในระยะยาว หรือ Long Game เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่นในปีก่อน มีเรื่องภาษีทรัมป์ ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัว ในขณะที่ปีนี้ มีเรื่องของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง และยังไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก

"วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสิ่งที่ต้องสนใจ คือ เราจะอยู่รอดได้อย่างไร และคว้าโอกาสจะที่โลกเปลี่ยนแปลงนี้ ให้สามารถอยู่รอดได้อย่างไร วันนี้ระเบียบโลกเปลี่ยนไป การจะอยู่รอดได้ คือต้องเข้าใจว่าเกมใหม่เป็นอย่างไร เราจึงจะอยู่รอด และไม่ตาย แต่แม้เราจะเข้าใจเกม และอยู่รอดได้ เราก็ต้องวางจุดของเราให้ถูก เพื่อที่ให้เป็นผู้ชนะในเกมด้วยให้ได้" รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าว

สำหรับ 3 เกมใหญ่ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก ได้แก่

1. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) มีที่ความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ โดยจะเห็นว่าประเทศมหาอำนาจ จะใช้เรื่องของภาษีมาเป็นเกมในการสร้างอำนาจต่อรอง จากในอดีตที่ใช้เรื่องของเงินมาสร้างอำนาจต่อรอง และผลจากการที่ในอดีตประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ ทำสงครามค่าเงินกับญี่ปุ่น จึงเกิดการย้ายฐานการลงทุน และการย้ายฐานการผลิตของญี่ปุ่นเข้ามายังประเทศในอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น ซึ่งในอดีตไทยก็ใช้โอกาสนี้มาแล้ว และในปัจจุบันที่เกิดปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก็ได้เห็นสัญญาณที่หลายประเทศเริ่มต้องการย้ายฐานการลงทุนมายังอาเซียน รวมถึงให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีความเป็นกลาง สามารถทำการค้าขายกับประเทศใดก็ได้ อีกทั้งไทยยังมีจุดแข็งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของระบบสาธารณูปโภคที่ดี รวมถึงมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

"วันนี้เกมเปลี่ยน เริ่มมีการย้ายฐานเข้ามาในอาเซียน ดังนั้นเราจะทำอย่างไรไม่ใช่แค่ให้เขาอยากเข้ามาลงทุน แต่เราต้องวางรากฐานเรื่องความมั่นคงปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย" นายเอกนิติ ระบุ

2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนในโลกปัจจุบันนี้ ซึ่งประเทศไทยจะต้องมีการวางโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของดิจิทัล และทำให้เกิดการต่อยอดไปสู่โอกาสต่าง ๆ เช่น การเข้ามาสร้างโรงงานในไทย การต่อยอดในเรื่อง Cloud Service และ AI Service และต้องทำให้คนไทย และนักธุรกิจของไทยได้ใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง เพราะนี่คือเกมใหม่ที่ AI จะเปลี่ยนโลก

"คนไทยส่วนใหญ่ ยังไม่ได้ใช้ AI เท่าที่ควร AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เราจะต้องเพิ่มทักษะให้คนใช้เป็น และใช้อย่างปลอดภัย และต่อยอดการใช้ประโยชน์ด้วย อย่างไรก็ดี โอกาสก็มาพร้อมความเสี่ยง ที่อาจจะเกิด Proxy War ได้" นายเอกนิติ ระบุ

3. พลังงานสะอาด (Green Energy) จะเห็นได้ว่าสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ทุกประเทศจำเป็นต้องปรับตัวไปสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ

"ราคาพลังงาน บีบให้เราต้องปรับเปลี่ยนไวมากขึ้น วันนี้เราต้องการไฟสะอาด ซึ่งจะต้องเร่งให้ทั้ง 3 การไฟฟ้าลงทุนในพลังงานสะอาด ทำ Direct PPA เปิดให้เอกชนเข้ามาผลิตได้ และใช้สายส่งที่ภาครัฐเป็นผู้ลงทุน...นอกจากนี้ ในเรื่องของเอทานอล เราจะทำอย่างไรให้เกิดไบโอพลาสติก ทำให้มาตรฐานของเอทานอลไปทำไบโอพลาสติกได้ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ Industry ใหม่ที่มาจาก Green" นายเอกนิติ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุนใน 3 เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่บน 3 หลักการ คือ 1.มีการเติบโตได้อย่างทั่วถึงทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก 2. เติบโตอย่างมีวินัย เพราะปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยใกล้จะชนเพดานแล้ว ดังนั้น หากทำให้รับรู้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ก็จะเกิดความเชื่อมั่นได้ และ 3. ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพราะขณะนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การประสานความร่วมมือกันในการทำงานจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

"Today โลกมีการเปลี่ยนแปลง Tomorrow เราต้องเร่งลงทุน และ Together เราต้องทำด้วยกัน" นายเอกนิติ กล่าวในท้ายสุด

  • ทีทีบี เปรียบศก.ไทยเหมือนรถไฟรางเก่า ต้องใช้หัวรถจักรเร่งการเติบโต

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวในหัวข้อ "ทางรอดธุรกิจ และ SME ไทย" ว่า ใน LONG GAME ประเทศไทยต้องการการปฏิรูปโครงสร้าง (Structure Reform) ซึ่ง Long Game ที่ไม่ใช่ Quick Win เพราะเศรษฐกิจไทยเปรียบเหมือนรถไฟรางเก่า ซึ่งประเทศไทยต้องการหัวรถจักร เพราะเศรษฐกิจที่ดีต้องการแรงขับเคลื่อน และต้องขับเคลื่อนไปทั้งองคาพยพ

ทั้งนี้ หากเปรียบหัวรถจักร จะมีอยู่ 6 แบบ กล่าวคือ 1.หัวรถจักรแบบ "เกื้อกูล" เช่น ช่วง Plaza Accord ในปี 1985 ที่ญี่ปุ่นมีการย้ายฐานการผลิต ช่วยทำให้เกิดการจ้างงาน และซัพพลายเชน 2.หัวรถจักรแบบ "เกื้อกูล" แต่เป็นรูปแบบที่มีการติดสินบน

3. หัวรถจักรแบบ "กินรวบ" เช่น รถยนต์จีน ที่เข้ามาทั้งซัพพลายเชน โดยใช้แรงงานไทยและ Supply Chain ในไทยน้อยมาก 4. หัวรถจักรแบบ "กินรวบ" แต่ใช้ Supply Chain ในไทย และมีการเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม

5. หัวรถจักร "เดี่ยว" ที่ไม่ได้ลากอะไรมาด้วย ทำให้การจ้างงานต่ำ ไม่กระจายตัว แต่ไม่ใช่ว่าไม่ดี เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เทเลคอม เพราะผลในแง่เศรษฐกิจน้อยมาก เนื่องจากมีการจ้างงานน้อย ใช้วัตถุดิบนำเข้าทั้งหมด และ 6. "หัวรถไฟเทา" ซึ่งลากความปั่นป่วนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานต่างชาติ ปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการ

"หากเข้ามาในเศรษฐกิจไทย จะทำอย่างไร เพราะหัวรถจักรเริ่มอ่อนแรง และ GDP จากที่เคยขยายตัวได้ 10% เหลือ 4%, 3% และ 2% ขณะที่ธุรกิจ SME เกิดอาการ "แซนวิช" เจอการแข่งขันจากทั้งต่างประเทศ และในประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลขผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี รายได้และกำไรติดลบ และอัตราการอยู่รอดเพียง 20% จากจำนวนธุรกิจ 98% มีสัดส่วนการจ้างงาน 72% สร้าง GDD 40%" นายปิติ กล่าว

ทั้งนี้ หากพิจารณาเรื่องการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารถูกมองเป็นผู้ร้าย เพราะไม่ปล่อยกู้ให้แก่ SME ซึ่งจริง ๆ นั้น ที่ผ่านมาธนาคารปล่อยกู้ให้เยอะมากจนกระทั่งบาดเจ็บสาหัส หากดูหนี้เสียเป็นของรายใหญ่อยู่ที่ 1-2% และเป็นของ SME อยู่ 8-9%

"หนี้เสียมากองที่ SME เมื่อดูค่าความเสียหายเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15% ต่อปี ธนาคารต้องคิดดอกเบี้ยเท่าไร 16% ต่อปี เหลือกำไร 1% ซึ่ง SME จ่ายดอกเบี้ยไหวหรือไม่ ส่งผลให้ SME ต้องกินข้างราง" นายปิติ กล่าว

ดังนั้น จึงเกิดการพูดคุยระหว่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ฯ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย (TBA) ร่วมถึงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อจัดทำ "Reinvent Thailand" ที่มี 3 แกน คือ การ Reform ภาคเศรษฐกิจ การเพิ่มทักษะ และประสิทธิภาพภาครัฐ และโฟกัสใน 5-6 อุตสาหกรรม จะช่วยสร้างมูลค่าและลากหัวรถจักรนี้ โดยไม่ต้องแจกเงิน หรือเยียวยาไม่รู้จบ โดยประเทศไทย และคนไทยต้องได้ประโยชน์

"ท้ายสุด เราคงต้องคิดกันว่าจะ Reinvent Thailand แล้วจุดขายของประเทศไทยอยู่ตรงไหน เรายังจะไปกันเดี่ยว ๆ จะหากินข้างรางกันอยู่ หรือลองเปลี่ยนระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ แล้วสร้างหัวรถจักรที่จะพาเศรษฐกิจไทยไปเป็นกลุ่มคณะได้" นายปิติ ระบุ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ