นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันภายในประเทศ ว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และรายงานข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานทราบภายในเวลา 18:00 น. ของทุกวัน ซึ่งในวันแรกได้มีการรวบรวมข้อมูลมา
ทั้งนี้ สถานภาพของน้ำมันเบนซินที่ผลิตในประเทศในวันนี้ ซึ่งผลิตจาก 5 โรงกลั่น มีกำลังผลิตรวม ณ วันนี้ 35.28 ล้านลิตร ซึ่งเป็นเบนซินพื้นฐานที่จะต้องมีการเติมเอทานอล ซึ่งจะผสมโดยผู้ค้าน้ำมันประกอบด้วย 5 โรงกลั่น ดังกล่าว และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เมื่อนำมาผลิตและผสมกับเอทานอลแล้ว นำมาจำหน่ายเป็นกลุ่มน้ำมันเบนซินทั้งแก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 จะอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน
นายสราวุธ กล่าวต่อว่า จากผู้ค้าที่ผลิตน้ำมันเบนซินเพื่อจำหน่าย ส่วนหนึ่งส่งไปยังผู้ค้ารายใหญ่ที่เป็นผู้ค้าจำหน่ายเบนซินตามมาตรา 7 จำนวน 14 ราย โดยจำหน่ายผ่านทางสถานีบริการของปั๊มต่างๆ จำนวน 28.78 ล้านลิตร ส่วนที่เหลือจะขายให้ผู้ค้ารายย่อย และคาดว่าภายใน 2 - 3 วันนี้ จะมีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น สำหรับผู้ค้ารายย่อยทั้งที่ขึ้นทะเบียน และไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ขณะที่สถานการณ์ของน้ำมันดีเซลนั้น มีโครงกลั่นทั้งหมด 6 โรงกลั่น โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 20 มีนาคม มีการผลิตดีเซลพื้นฐานจำนวน 79.91 ล้านลิตร ส่วนหนึ่งจำหน่ายไปยังภาคอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า และเรือเดินทะเล ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล
จากนั้นโรงกลั่นจะส่งให้ผู้ค้านำมาผสมไบโอดีเซล จนกลายเป็นดีเซลที่จำหน่ายทั่วประเทศ หรือ ดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งมีผู้ค้าอยู่ 11 ราย โดยผลิตน้ำมันดีเซลรวมได้ 66.8 ล้านลิตร ซึ่งจะมีการส่งต่อให้ผู้ค้ารายย่อย กับผู้ค้ารายใหญ่ 15 ราย โดยมีปริมาณที่ผู้ค้ารายใหญ่จำหน่ายไปรวม 71 ล้านลิตร (ข้อมูล 20 มี.ค.) ซึ่งจะดึงสต๊อกเก่ามาใช้ โดยปริมาณการใช้ดีเซลโดยปกติอยู่ที่ 67 - 70 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งขณะนี้สูงขึ้นกว่าปกติ และมีบางช่วงที่ผ่านมา บางวันมีปริมาณการใช้ดีเซลถึง 100 ล้านลิตร
นายสราวุธ ยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองขณะมีอยู่ 103 วัน เป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร เป็นน้ำมันสำรองตามกฏหมาย 3,389 ล้านลิตร และอยู่ระหว่างการขนส่ง 4,206 ล้านลิตร และมีน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วจากทุกเส้นทาง 3,700 ล้านลิตร
*ตรวจสอบบริษัทน้ำมันในอ่างทอง พบใบกำกับการขนส่งไม่ถูกต้อง
นายสราวุธ กล่าวถึง ความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ว่า ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัทดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 มีนาคม เนื่องจากได้รับรายงานว่า มีสถานบริการน้ำมันในจังหวัดสิงห์บุรีจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงก็มีการแกะรอยพบว่า น้ำมันมาจากบริษัทน้ำมันจากอ่างทอง จึงได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อมาตรวจคุณภาพ ซึ่งผลตรวจอยู่ระหว่างการจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการจำหน่าย ต้นทางบริษัทที่เป็นผู้ขึ้นทะเบียนพลังงานจากข้อมูล พบว่า ใบกำกับการขนส่ง ระบุสถานที่ส่งปลายทางอยู่ในกรุงเทพ แต่น้ำมันดังกล่าวไปพบที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งคงต้องให้มีการตรวจสอบต่อไปและน่าจะมีฐานความผิด ในเรื่องใบกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันได้มีการตรวจบริษัทดังกล่าวด้วยว่า ใบกำกับการขนส่งอื่นๆได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฏหมายหรือไม่ และจะมีการรายงานต่อไป