ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.88/90 แกว่งไร้ทิศทางตามภูมิภาค เกาะติดสงครามตะวันออกกลาง

ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 27, 2026 17:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 32.88/90 บาท/ดอลลาร์ จากช่วง เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.94 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80 - 33.02 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาควันนี้เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง มีทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า ปัจจัยเนื่องมาจากสถานการณ์ใน ตะวันออกกลางมีแนวโน้มยกระดับการโจมตี ประเทศอิหร่านกับกลุ่มอาหรับมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง และยังมีรายงานว่าประเทศซาอุดีอา ระเบีย และกาตาร์ จะเข้าร่วมทำสงครามด้วย ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent) และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวขึ้น ซึ่งส่ง ผลให้ราคาทองคำในช่วงบ่ายปรับตัวย่อลง

สำหรับปัจจัยที่ตลาดติดตามในช่วงนี้ ยังคงเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

นักบริหารเงิน ประเมินว่า วันจันทร์เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80 - 33.10 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.83/88 เยน/ดอลลาร์ จากเปิดช่วงเช้าที่ระดับ 159.56 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1519/1522 ดอลลาร์/ยูโร จากเปิดช่วงเช้าที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,447.05 จุด เพิ่มขึ้น 4.13 จุด (+0.29%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 63,398.39 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,292.71 ล้านบาท
  • รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สภาพัฒน์ เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาท่าม
กลางวิกฤตพลังงาน นอกเหนือจาก 7 มาตรการที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อวานนี้ที่เป็นการพุ่งเป้าช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม
อาทิ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่งและผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนไม่ให้กระทบกับราคาสินค้ามากและไม่ทำให้เงินเฟ้อปรับขึ้นไป
มาก โดยหลังจากรัฐบาลชุดใหม่เสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเริ่มดำเนินมาตรการทันที คือ โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่า
ใช้จ่ายของประชาชน ต้องเร่งออกมาอย่างน้อย 1 เฟสหลังจากรัฐบาลชุดใหม่มีอำนาจเต็ม
  • แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างเตรียมเสนอร่างประกาศปรับลดภาษีสรรพสามิต
น้ำมันดีเซลลง 1 บาทต่อลิตร โดยจะส่งรายละเอียดให้กฤษฎีกา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นชอบ หากได้รับการอนุมัติจะ
มีผลทันที เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน แต่ถ้าไม่ผ่านความเห็นชอบของ กกต. ก็ต้องรอเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาต่อไป
  • เลขาธิการสภาพัฒน์ เผยว่า ปริมาณน้ำมันเข้าสู่ประเทศไทยในปัจจุบันมีน้ำมันดิบเข้าคลังแล้ว 4,231 ล้านลิตร ถือว่าเพียง
พอต่อการกลั่นรองรับความต้องการของประชาชนได้ จนถึงสิ้นเดือนนี้จะมีน้ำมันเข้ามาต่อเนื่อง 4 ล้านบาร์เรล และเดือน เม.ย. 69 จะมี
อีก 24 ล้านบาร์เรล ส่วนเดือน พ.ค. 69 ผู้ค้ารายใหญ่อย่าง ปตท. ได้ทำสัญญาจะส่งมอบอีก 8 ล้านบาร์เรล และยืนยันว่ายังคงมีการจัด
หาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอใช้ในประเทศ
  • สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.พ. 69 อยู่ที่ระดับ 97.70 หด
ตัว 0.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังอุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากการที่โรงกลั่นบางโรงปิดซ่อมบำรุงชั่วคราว รวมถึง
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความไม่แน่นอน ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงาน ชี้ยังมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาล
และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว แต่ยังต้องจับตาผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
  • ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่าจะมีการเพิ่มสินค้าและบริการควบคุมช่วงเวลาช่วงนี้ จากเดิม 59
รายการ เป็น 66 รายการ โดยมีการเสนอสินค้าควบคุมรายการใหม่ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว คือ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอส
ปรุงรส ส่วนรายการเพิ่มเติมจากนี้ต้องรอการทำประชาพิจารณ์ 7-15 วัน จากนั้นก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะ
ดำเนินการให้เร็วที่สุด
  • หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเร่งออกมาตรการเพื่อพยุงตลาดการเงินและเสริมสภาพคล่อง ท่ามกลางความ
ผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินในหลายประเทศเผชิญแรงกดดันและ
บรรยากาศการลงทุนเปราะบางมากขึ้น
  • หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมที่ทราบแผนการดังกล่าว
ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) กำลังพิจารณาส่งทหารภาคพื้นดินเพิ่มเติมสูงสุด 10,000 นายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
เพื่อเพิ่มทางเลือกทางการทหารให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แม้ว่าทรัมป์จะอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องการเจรจาสันติภาพ
กับรัฐบาลอิหร่านด้วยก็ตาม
  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจะผลักดันให้เงินเฟ้อ
ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น และแม้ว่ารัฐบาลปรับลดภาษีนำเข้าก็ไม่เพียงพอที่จะหักล้างผลกระทบดังกล่าวได้

และ OECD เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ ฉบับล่าสุดในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) โดยคาดการณ์ว่า การเติบโตของ เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.9% ในปี 69 จากระดับ 3.3% ในปี 68 ก่อนที่จะขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 3.0% ในปี 70

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อรับมือกับ

ความเคลื่อนไหวของค่าเงิน ซึ่งอาจหมายถึงการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา ในขณะที่ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยน/

ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้ญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงตลาดหลายครั้งในปี 67


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ