ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.38 กลับมาแข็งค่าจากช่วงเช้า รับเม็ดเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตรหนุน

ข่าวเศรษฐกิจ Friday June 26, 2026 17:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 33.38 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ เปิดตลาดที่ระดับ 33.42/43 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.47 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าเช่นเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยในช่วงเช้าเงินบาทอ่อนค่าตามราคาทองคำ ในตลาดโลกที่ร่วงลงแรง แต่ในช่วงบ่ายเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่า ขณะที่วันนี้ต่างชาติเข้าซื้อสุทธิพันธบัตรไทยเกือบ 8,800 ล้านบาท

สำหรับคืนนี้ยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตาม ตลาดรอดูตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า อาทิ ดัชนีภาค การผลิตเดือนมิ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. เป็นต้น

นักบริหารเงิน คาดว่า วันจันทร์เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20 - 33.50 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.54 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 161.83/84 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1358/1360 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,542.34 จุด ลดลง 16.21 จุด (-1.04%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 66,478.13 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,317.80 ล้านบาท
  • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า ณ วันนี้ยังไม่มีความคิดจะขึ้นดอกเบี้ย หลังจากคณะกรรมการนโยบาย
การเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% หลังจากปรับลดมาแล้ว 2 ครั้ง ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและ
เดือน ก.พ.69 โดยจะพิจารณาตามข้อมูลจริง (Data-driven) หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่อยากปรับขึ้นเพราะจะกระทบเศรษฐกิจ โดย
อัตราดอกเบี้ยของไทยถือว่าต่ำเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ ทำหน้าที่ประคับประคองเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้คนไทย
  • ธปท.เตรียมออกประกาศรับฟังความคิดเห็นเรื่องการออกใช้ Thai Baht-backed stablecoin โดยคาดว่าจะอนุญาต
ให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินทำธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets : DA) บางส่วน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ
คาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม เริ่มใช้ได้ในอีกไม่กี่เดือนจากนี้ หรือภายในปีนี้
  • ประธานกรรมการ บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) กล่าวว่า ตลาดการเงินโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของวัฏจักร
การลงทุน จากช่วงเวลาที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ไปสู่ยุคของ Global
Financial Tightening Cycle หรือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปลี่ยนทิศ ซึ่งการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดจะกลายเป็นปัจจัย
หลักที่กำหนดทิศทางเงินทุนและการลงทุนทั่วโลกในระยะต่อไป โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 69 จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของตลาดการเงิน
โลก จากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไปสู่ยุคที่สภาพคล่องและต้นทุนเงินทุนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุน
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ได้ปรับตัวลดลงนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและ
อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่ราคาและการไหลเวียน
ด้านการค้าในอ่าวเปอร์เซียจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
  • บิตคอยน์ปรับตัวลงในวันนี้ โดยร่วงลง 2.7% สู่ระดับ 59,918.50 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลา 12.27 น. ตามเวลาไทย
และปรับตัวลดลงเกือบ 7% แล้วในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากการไหลออกของเงินลงทุนในกองทุน Spot Bitcoin ETF
และความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ระดับสูง
  • รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นยืนยันว่า รัฐบาลจะยังคงยึดหลักวินัยทางการคลังในการจัดทำงบประมาณและการลงทุน หลังจากนายก
รัฐมนตรีญี่ปุ่น เพิ่งประกาศแผนการลงทุนระยะยาวมูลค่ากว่า 370 ล้านล้านเยน (2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ควบคู่กับการปฏิรูประบบงบ
ประมาณครั้งใหญ่

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ