ผลการสำรวจ "อาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่ และสถานภาพของกลุ่ม Gen Z ปี 69" พบว่า อาชีพในฝันอันดับ 1 ของ Gen Z คือ แพทย์ พยาบาล โดยปัจจัยสำคัญในการเลือกอาชีพ คือ บรรยากาศการทำงานที่ดี และยืดหยุ่น แต่ยอมรับโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพที่ฝันค่อนข้างยาก และ Gen Z พร้อมจะลาออก หากพบว่าสังคมในที่ทำงานมีความ toxic
สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ITS-UTCC) ได้ดำเนินการสำรวจทัศนคติและสถานภาพของกลุ่ม Generation Z ในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ "อาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่" โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 13-28 ปี (พ.ศ. 25402555) จำนวน 849 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 19-24 มี.ค. 69

- อาชีพในฝัน (Dream Job)
อันดับ 1 แพทย์ พยาบาล
อันดับ 2 ทนายความ อัยการ
อันดับ 3 วิศวกร (โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์)
อันดับ 4 อินฟลูเอนเซอร์ สตรีมเมอร์ ยูทูบเบอร์
อันดับ 5 ทหาร
โดยผลการสำรวจพบว่า อาชีพในฝันอันดับ 1 ของเด็ก Gen Z ในปี 69 คือ หมอ แพทย์ พยาบาล ซึ่งปีที่ผ่านมาอยู่ในอันดับ 3 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทิศทางความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งอาชีพใหม่ที่ติดอันดับ Top 10 ในปีนี้ ได้แก่ วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ (อันดับ 3) นักกีฬา (อันดับ 6) และนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ (อันดับ 9) สะท้อนแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสายเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์มากขึ้น

- องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย
อันดับ 1 บริษัทเอกชน
อันดับ 2 รับราชการ
อันดับ 3 ทำงานที่บ้าน
อันดับ 4 รัฐวิสาหกิจ
อันดับ 5 องค์กรไม่แสวงหากำไร/ เพื่อสังคม (NGOs)
โดยเมื่อถามถึงประเภทองค์กรที่ต้องการทำงาน พบว่า คนรุ่นใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับภาคเอกชนมากที่สุด (42.6%) รองลงมาเป็นการรับราชการ (27.5%) และทำงานที่บ้าน (Work From Home) (23.0%) ซึ่งสะท้อนความต้องการความยืดหยุ่น และความสมดุลในชีวิตการทำงาน
- ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพ
อันดับ 1 บรรยากาศดี ไม่เครียด สภาพแวดล้อมการทำงานดี
อันดับ 2 สวัสดิการครบเครื่อง ได้สิทธิประโยชน์ และผลตอบแทนอื่น ๆ ครอบคลุม
อันดับ 3 อิสระทางความคิด มีอิสระในการทำงาน ได้ลองทำโปรเจกต์ที่สร้างสรรค์
อันดับ 4 เงินเดือนดี รายได้มั่นคง มีโบนัสที่ดึงดูดใจ
อันดับ 5 เติบโตในหน้าที่ได้ไว มีโอกาสเลื่อนตำแหน่งสูง
ปัจจัยที่ Gen Z ให้ความสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจเลือกอาชีพ คือ บรรยากาศการทำงานที่ดีและยืดหยุ่น (71.1% ระดับมาก) ตามด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุม (65.3%) และอิสระในการทำงาน/ความคิดสร้างสรรค์ (63.8%) ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ให้น้ำหนักกับ "คุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อมการทำงาน" มากกว่าเพียงแค่ "รายได้" เพียงอย่างเดียว
- ความยากในการหางาน และอุปสรรคในตลาดแรงงาน
แม้ 61.3% ของ Gen Z เชื่อว่าตนมีโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพที่ฝัน แต่กลับมองว่าตลาดแรงงานปัจจุบัน "ยากมาก" ถึง 61.5% อุปสรรคหลักที่พบ คือ การขาดประสบการณ์ การแข่งขันสูง และทักษะที่ยังไม่โดดเด่น
- สถานะทางการเงิน และพฤติกรรมการออม
รายได้เฉลี่ยของ Gen Z อยู่ที่ 12,024 บาทต่อเดือน โดย 85.0% ได้รับเงินจากผู้ปกครองเป็นหลัก ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 10,862 บาทต่อเดือน และที่น่าเป็นห่วง คือ 73.5% ยังไม่มีการออมเงินหรือการลงทุนใด ๆ เลย
- AI กับชีวิตและการทำงานของ Gen Z
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของ Gen Z อย่างเต็มตัว โดย 60.9% ระบุว่า AI มีอิทธิผลต่อการใช้ชีวิตในระดับมาก และ 57.0% ใช้ AI เป็นประจำทุกวัน การใช้งานหลัก ได้แก่ การค้นหาข้อมูล (92.8%) การคิดไอเดียสร้างสรรค์ (55.6%) และการสรุปเนื้อหา (55.0%)
- ทักษะที่จำเป็นและสิ่งที่ต้องการจากภาครัฐ
ทักษะที่ Gen Z มองว่าสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในปัจจุบัน ได้แก่ ทักษะด้านภาษา (23.0%) ทักษะการคิดและวิเคราะห์ (17.4%) และทักษะการสื่อสาร/การทำงานร่วมกัน (14.5%) ขณะที่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนด้านการศึกษา ประกอบด้วย การศึกษาทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่าย การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ และการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับยุคดิจิทัล
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลาออกจากงาน
อันดับ 1 สังคมในที่ทำงานมีความ toxic ชอบนินทา
อันดับ 2 เงินเดือนไม่คุ้มกับความเหนื่อย หรือปริมาณงานที่ทำ
อันดับ 3 สวัสดิการ เงินเดือน และโบนัส ไม่เป็นไปตามที่ตกลงหรือที่คาดหวัง
อันดับ 4 ไม่เห็นเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ
อันดับ 5 งานกระทบเวลาส่วนตัวจนไม่มีเวลาใช้ชีวิต