นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงพลังงาน ยังไม่มีการประกาศใช้สูตรค่าไฟใหม่ หรืออัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า เนื่องจากมีข้อท้วงติงหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีของภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยขึ้นไปที่จะต้องจ่ายแพงขึ้น ดังนั้นในรอบบิลค่าไฟฟ้าเดือนก.ค.69 ผู้ใช้ไฟจะยังคงจ่ายค่าไฟในอัตราเดิม เฉลี่ย 3.95 บาท/หน่วย
แต่สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน จะคิดอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3 บาท/หน่วย ซึ่งลดลงจากอัตราปัจจุบัน โดยจะมีการนำเงินรายได้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำรองจ่ายไปก่อน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าในภาพรวม โดยจะพิจารณาใน 3 เรื่องหลัก คือ
1. การแก้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่มีส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่มีการต่อสัญญาอัตโนมัติ ที่มีอัตราค่าไฟฟ้าสูง
2. การลดความสูญเสียในระบบ จากไฟทาง และไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งค่าไฟเหล่านี้ ได้ถูกนำมาคำนวณรวมในค่าไฟฟ้าของประชาชน จะต้องมีการปรับลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในส่วนนี้ลง โดยอาจจะให้มีการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้ามาเป็น LED ซึ่งประหยัดไฟกว่า
3. การพิจารณาเรื่องค่าความพร้อมจ่าย (AP) ซึ่งเกิดจากการคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าในอดีตสูงเกินไป ทำให้มีโรงไฟฟ้าบางโรง ไม่ได้เดินเครื่อง แต่ได้รับค่า AP ซึ่งจะต้องมีวิธีบริหารจัดการ
รมว.พลังงงาน กล่าวด้วยว่า ยังมีการเตรียมจัดทำประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ สำหรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจที่ใช้ไฟสูง เข้ามาร่วมรับผิดชอบต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ LNG แทนที่จะผลักภาระให้ภาคครัวเรือน
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกกกพ. เปิดเผยว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยผลการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย ผู้ที่เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่เสนอ และผู้ที่แสดงความคิดเห็นในประเด็นอื่นๆ
"เมื่อพิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็น พบว่า ผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอมีจำนวน 215 ความเห็น คิดเป็น 33% ของความคิดเห็นทั้งหมด รองลงมาเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับ กรณีศึกษาที่ 2 จำนวน 166 ความเห็น คิดเป็น 25% ขณะที่อีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง โดยมีประเด็น อาทิ ผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงาน ประเด็นด้านกฎหมายและการกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ตลอดจนข้อเสนอแนะด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป" นายพูลพัฒน์ กล่าวกกพ. จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงาน กกพ. รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานของ กกพ. และผู้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (กฟน. และ กฟภ.) ไปยังรมว.พลังงาน เพื่อประกอบการพิจารณาของภาคนโยบายต่อไป