สำนักงานเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FHFA) เผยว่า ดัชนีราคาบ้านของสหรัฐในไตรมาสที่สองปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่สิ้นปี 2548 บ่งชี้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยกำลังฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างข้อมูลจาก FHFA ว่า ดัชนีราคาบ้านในไตรมาสสอง ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีติดต่อกันเป็นปีที่ 2
ส่วนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนีราคาบ้านเพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้า
ในไตรมาสที่สองนั้น 43 รัฐของสหรัฐมีดัชนีราคาบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้น และในบรรดาเขตต่างๆ นั้น ดัชนีราคาบ้านในเขตที่อยู่บริเวณเทือกเขา ได้แก่ มอนทานา ไอดาโฮ ไวโอมิง เนอเวดา อูทาห์ โคโลราโด อริโซนา และ นิว เม็กซิโก เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดของประเทศ
ส่วนดัชนีราคาในเขตนิว อิแลนด์ อันได้แก่ เมน นิวแฮมเชียร์ เวอร์มอนต์ แมตซาชูเซต โรดไอส์แลนด์ และ คอนเน็กติกัท นั้นอ่อนแอที่สุด โดยทรงตัวตลอดทั้งไตรมาส
นายแอนดรูว์ เลเวนทิส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก FHFA กล่าวว่า "แม้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยบางแห่งจะยังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ แต่ดัชนีราคาบ้านก็ยังคงแข็งแกร่งในหลายพื้นที่ในไตรมาสที่สองผ่านมา"
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยฟื้นตัวในระดับปานกลางในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าภาวะตกต่ำของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐได้มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่