สภาผู้ส่งออก คงเป้าส่งออกปีนี้โต 8% แม้เม.ย.ขยายตัว 12.3% จับตาค่าเงินบาท-สงครามการค้า-ราคาน้ำมันใกล้ชิด

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday June 5, 2018 11:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า สภาผู้ส่งออก ยังคงคาดการณ์มูลค่าการส่งออกไทยในปี 2561 เติบโตเท่ากับ 8% แม้การส่งออกในเดือนเม.ย. ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 14 ที่ระดับ 12.3% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้า ขยายตัว 20.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,283 ล้านดอลลาร์

"การส่งออกของไทยในเดือน เม.ย.61สูงเป็นลำดับที่สองในกลุ่มอาเซียน แซงหน้าประเทศเวียดนาม เนื่องจากปัจจัยที่พื้นฐานเศรษฐกิจของทั้งประเทศคู่ค้าหลักและรองยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดดยการส่งออกของไทยสามารถกระจายการขยายตัวได้ดีในทุกตลาดสำคัญ" น.ส.กัณญภัค กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่า ประเด็นที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกไทย ประกอบด้วย 1) ความผันผวนของค่าเงินบาท โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากแรงเทขายเพื่อเก็งกำไรค่าเงินในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินบาทค่อนข้างทรงตัวและผันผวนในกรอบ 31.90-32.20

ขณะที่สภาผู้ส่งออก ยังคงสมมติฐานค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.5 (± 0.5) บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ (อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร ณ วันที่ 4 มิ.ย. 2561 เท่ากับ 32.013 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) ดังนั้นผู้ส่งออกควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและควรทำประกันความเสี่ยงป้องกันความผันผวนจากค่าเงิน

2) แม้ว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ (Trade War) มีแนวโน้มคลี่คลายลง หากแต่ทั้งสองต่างตกลงที่จะนำเข้าสินค้าจากฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นเพื่อเป็นการลดการขาดดุลทางการค้า เป็นผลกระทบทางอ้อมที่จีนหรือสหรัฐฯ จะนำเข้าสินค้าจากไทยน้อยลงในฐานะห่วงโซ่อุปทาน

3) ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันและราคาก๊าซหุงต้มปรับตัวขึ้น อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้น อีกทั้งยังกระทบต่อความสามารถในการบริโภคของอุปสงค์ภายในประเทศ อันส่งผลต่อผลกำไรของผู้ประกอบการในทางอ้อม

4) มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศต่างๆ อาทิ กลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันการนำเข้ารถยนต์จากเวียดนาม ซึ่ง อาจทำให้ภาคการส่งออกของไทยสะดุดลงได้ กอปรกับล่าสุด EU อาจมีการยื่นฟ้อง WTO ในกรณีการขึ้นภาษีเหล็ก และเหล็กกล้าที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการค้าโลกสามารถสะดุดลงได้ และ 5) สถานการณ์ในอิตาลี ทั้งด้านการเมือง ความเสี่ยงจากระดับหนี้สาธารณะในปริมาณมาก และการรักษาสมาชิกภาพในฐานะประเทศผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ