(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.35 คาดวันนี้แกว่งในกรอบ 33.30-33.45 ตลาดรอติดตามการประชุมกนง.พรุ่งนี้

ข่าวเศรษฐกิจ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561 14:41 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.35 คาดวันนี้แกว่งในกรอบ 33.30-33.45 ตลาดรอติดตามการประชุมกนง.พรุ่งนี้

นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.35 บาท/ดอลลาร์ จากเย็น วานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 33.31 บาท/ดอลลาร์

"ทิศทางวันนี้คงพักตัวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.30-33.45 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากไม่มีทิศทาง ไม่มี Highlight สำคัญ และคาดว่าตลาดคงจะรอดูท่าทีระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมทั้งการประชุม กนง." นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.30-33.45 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (6 ส.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.40478% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.45526%

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.3217 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

  • - เงินเยนอยู่ที่ 111.32 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 111.27 เยน/ดอลลาร์
  • - เงินยูโรอยู่ที่ 1.1555/57 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.1563 ดอลลาร์/ยูโร
  • - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.2430 บาท/
ดอลลาร์
  • - กูรูประสานเสียงฟันธงประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน 8 สิงหาคม เสียงแตก จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ
1.50% ไม่เป็นเอกฉันท์ คาดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 1.75% ช่วงปลายปีนี้
  • - "แบงก์ชาติ" แจงเหตุแอพพลิเคชั่น โมบายแบงกิ้งล่ม จากปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมาก หลังยกเลิกค่าธรรมเนียมออ
นไลน์ ชี้แบงก์ต้องลงทุนด้านไอทีเพิ่มเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้า พร้อมวางระบบป้องกันภัยไซเบอร์ให้เข้มขึ้น
  • - ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า คลังจะเริ่มขายหน่วยลงทุนกองทุนรวม
โครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ TFF จำนวน 4.4 หมื่นล้านบาท ให้กับนักลงทุนครั้งแรกได้ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ หลัง
จากนั้นวันที่ 1 ต.ค. ก็จะนำหน่วยลงทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการซื้อขาย
มากขึ้น
  • - คลังสรุปกฎหมายดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน ธุรกิจเช่าซื้อแบบลีสซิ่ง-แฟคตอริ่ง ก่อนเสนอ ครม.พิจารณา หวังเพิ่ม
ประสิทธิภาพการให้บริการ เล็งตีตราผู้ให้บริการเก็บข้อมูล
  • - ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ติดตามภาวะการส่งออกสินค้า
เกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ไทยช่วงครึ่งหลังปี 61 พบว่า สินค้าหลายรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากความต้องการซื้อที่เพิ่ม
ขึ้น ทั้งข้าว, ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป, ผลไม้สดแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป, อาหารทะเลแช่แข็งกระป๋องและแปรรูปโดยข้าวครึ่งแรก
ปี 61 มูลค่าส่งออกเพิ่ม 17.7% ส่วนครึ่งปีหลัง คาดจะส่งออกเพิ่มขึ้นจากความต้องการนำเข้าของตลาดใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย
ฟิลิปปินส์ และน่าจะส่งออกได้ 11 ล้านตัน
  • - ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.)
เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้
ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่ราบรื่นของกระบวนการ Brexit ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูล
เศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สร้างแรง
กดดันต่อราคาทองคำ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลกระทบจากการที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน
  • - ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพี มอร์แกน เชส กล่าวว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกรณีอัตราผลตอบแทน
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับ 5% โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวอาจทะยานขึ้นมากกว่าระดับ 4% ที่เคยคาดการณ์ไว้
  • - นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากที่จีนขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีจาก
สินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยคิดอัตราภาษี 25%, 20%, 10% และ 5% ต่อสินค้า 5,207 รายการของ
สหรัฐ ซึ่งจีนจะดำเนินการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว หากสหรัฐเดินหน้าจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์
  • - นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ