ข่าวอินโฟเควสท์
18:37 "บิตคอยน์"พุ่งทะลุ 11,000 ดอลลาร์ นิวไฮ 15 เดือน จากอานิสงส์"เฟซบุ๊ก"เปิดตัว Libra   บิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุ 11,000 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดในรอบกว่…
18:16 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex ปิดแดนลบ ตลาดพักฐาน ขณะขาดปัจจัยกระตุ้น   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงในวันนี้ โดยดัชนียังคงอยู่ในช่วงพ…
18:06 กยท.ยันเปิดกว้างทุกบริษัทขอรับรองมาตรฐานวัสดุงานก่อสร้างถนนพาราซอยซีเมนต์ ย้ำชัดไม่มีการเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม   นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการ…
18:03 นายกฯ เตรียมเข้าร่วมประชุมผู้นำ G20 ที่ประเทศญี่ปุ่น 28-29 มิ.ย.นี้ ในฐานะประธานอาเซียน   พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี …
17:59 Ifo เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนีร่วงต่ำสุดรอบเกือบ 5 ปีในมิ.ย.   Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั…

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเฟดคงดอกเบี้ยนโยบายถึงสิ้นปีนี้ มองบาทเคลื่อนไหวตามปัจจัยในประเทศเป็นหลัก

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 29 เมษายน 2562 15:47:56 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 30 เมษายน-1 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ การส่งสัญญาณผ่อนปรนในการดำเนินโยบายการเงินของเฟด จะช่วยประคองการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งนี้ แม้ตลาดมองว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดอาจจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงปลายปี 2562  แต่เฟดคงไม่น่าจะส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวในระยะอันใกล้ เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอาจถูกตลาดตีความถึงแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วัฎจักรชะลอตัวในระยะข้างหน้าได้

ทั้งนี้ แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปีนี้ จะขยายตัวค่อนข้างดีที่ 3.2% QoQ,SA (โดยขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.2%) แต่ปัจจัยที่หนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับสูงดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราวทั้งการปรับเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง ตลอดจน การปรับลดลงของการนำเข้าสินค้า

นอกจากนี้ เมื่อมองไปข้างหน้า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 2/62 และไตรมาส 3/62 ยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการขยายตัว ได้แก่ ปัจจัยในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดกำลังการผลิตของบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ปัจจัยเสี่ยงด้านการเมืองที่ผูกโยงกับประเด็นความเสี่ยงทางการคลังของสหรัฐฯ (ประเด็นเพดานหนี้ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตลอดจนประเด็นการสร้างกำแพงกั้นชายแดนแม็กซิโกที่อาจส่งผลให้รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ อาจเผชิญปัญหาในการผ่านพรบ. งบประมาณในช่วงปลายปี) รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากระดับเป้าหมายที่ 2.0% ในระยะข้างหน้า แม้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างตึงตัวก็ตาม

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ได้แก่ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจยูโรโซนซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอยค่อนข้างสูงในปีนี้

ด้วยสาเหตุต่างๆ ดังกล่าว จึงทำให้เฟดสามารถที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงช่วงปลายปีนี้เป็นอย่างน้อยเพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฟดคงส่งสัญญาณที่จะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด (Data Dependent)

แม้ตลาดมีมุมมองความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดอาจจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เฟดคงไม่น่าจะส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวในระยะอันใกล้ ทั้งนี้ ตลาดการเงินเริ่มมีมุมมองว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงปลายปี 2562

อย่างไรก็ดี เฟดไม่น่าที่จะส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากเฟดน่าจะรอประเมินผลของการส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายผ่อนปรน ทั้งการสื่อสารต่อตลาดถึงมุมมองที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินตลอดทั้งปี 2562 รวมทั้ง การปรับเปลี่ยนการปรับลดขนาดการลดงบดุลของเฟดในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลจากระดับ 3.0 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือน เหลือระดับ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนในเดือนพฤษภาคม และสิ้นสุดมาตรการในเดือนกันยายน 2562 ว่าแนวทางดังกล่าว สามารถช่วยประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลลบการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ เฟดคงจะพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ อาทิ การพิจารณาซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นอีกครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มความผ่อนคลายทางการเงิน ก่อนที่จะพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะเป็นประเด็นที่มีผลต่อการปรับตัวของตลาดที่ค่อนข้างแรง เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอาจถูกตลาดตีความถึงแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วัฎจักรชะลอตัวในระยะข้างหน้าได้

สำหรับผลต่อเศรษฐกิจไทย การส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ คงเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินรับรู้ไปบางส่วนแล้ว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคงส่งผลต่อการปรับตัวของเงินดอลลาร์ฯ ที่คงไม่น่าจะปรับแข็งค่าจากระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงนี้คงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะพัฒนาการของการเมืองในประเทศ ขณะที่การปรับเปลี่ยนท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดน่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ รวมทั้งไทย ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นรวมทั้งสามารถที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง