ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.79 ระหว่างวันอ่อนค่าหลังเกิดเหตุระเบิดหลายพื้นที่ ก่อนกลับมาแข็งค่า ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯคืนนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Friday August 2, 2019 17:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.79 ระหว่างวันอ่อนค่าหลังเกิดเหตุระเบิดหลายพื้นที่ ก่อนกลับมาแข็งค่า ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯคืนนี้

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 30.79 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่ เปิดตลาดที่ระดับ 30.90 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 30.74-30.92 บาท/ดอลลาร์

"ช่วงที่มีข่าวระเบิดเงินบาทอ่อนค่าไปแตะ 30.92 บาท/ดอลลาร์เลย ก่อนจะค่อยๆย่อลงมา เข้าใจว่าเคลื่อนไหวไปตาม Flow ปกติ โดยตลาดน่าจะย่อยข่าวเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในครั้งต่อไป ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามทวิตข้อความต่างๆ นานาตามสไตล์ ถือเป็นผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลกคนแรกที่มีบุคลิกลักษณะแบบนี้ แต่เข้าใจว่าทั้งหมดทั้งมวลคงมีจุดประสงค์หลักเพื่อกด ดันให้เฟดลดดอกเบี้ยอีก"นักบริหาร เงินระบุ

อย่างไรก็ตาม คืนนี้จะมีตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เบื้องต้นประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท วันจันทร์ไว้ระหว่าง 30.70-30.90 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.85 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 107.06 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1095 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 1.1089 ดอลลาร์/ยูโร ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,684.71 จุด ลดลง 15.04 จุด, -0.88% มูลค่าการซื้อขาย 82,045.40 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 3,608.41 ลบ.(SET+MAI)
  • ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตามที่สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษี
สินค้านำเข้าจากประเทศจีนอีก 10% รวม 3,812 รายการ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.62 นั้น ประเมินว่า ผลกระทบทางตรงต่อการ
ส่งออกไทย และผลกระทบทางอ้อมผ่านห่วงโซ่อุปทานจีน มีไม่มากนักเมื่อเทียบกับมาตรการที่ผ่านมา และบางส่วนเป็นสินค้าที่ไทยมีการนำ
เข้าสุทธิในปี 2561 และ 2562 ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบผ่านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม
อิเล็กทรอนิกส์อย่างใกล้ชิด"
  • รมว.คลัง กล่าวภายหลังการมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ว่า คาดว่าภายในเดือน ส.ค.นี้จะสามารถเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการในภาพรวมทั้งหมด โดยเบื้องต้น
มาตรการที่ออกมาจะไม่ใช่มาตรการระยะสั้น ส่วนรายละเอียดรจะพิจารณาจากความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละส่วน ซึ่งมอบหมาย
ให้หน่วยงานในสังกัดพิจารณาปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพื่อเตรียมมาตรการมารองรับ
  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดหลายจุดใน
กรุงเทพมหานคร (กทม.) วันนี้ เป็นเหตุการณ์ระยะสั้น ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะนี้ยังเร็วไปที่
จะประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
  • ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะ
เติบโตไม่ถึง 3% ซึ่งการใช้นโยบายการคลังเพียงอย่างเดียวคงจะไม่พอ แต่ต้องใช้นโยบายการเงินเข้ามาช่วยเสริม
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ในวันนี้ โดยระบุว่า กรรมการ BOJ ได้หารือ
ถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป โดยกรรมการรายหนึ่งระบุว่า BOJ ต้องแก้ไขภาวะเงินฝืดโดยเตรียมพร้อม
ที่จะดำเนินนโยบายรับมือ หากแนวโน้มราคาถูกกดดัน
  • รมว.คลังญี่ปุ่นได้เตือนถึงผลกระทบของเงินเยนที่แข็งค่า และได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน หลัง
จากการพุ่งขึ้นของเยนจะส่งผลกระทบต่อความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการส่งออกของญี่ปุ่น
  • โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า หากสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีน จีนจะดำเนินการเพื่อตอบโต้ และคิดว่าสหรัฐ
ควรจะพิจารณาอย่างระมัดระวังก่อนที่จะปรับเพิ่มภาษี เพราะจะต้องเผชิญกับผลพวงที่ไม่พึงปรารถนาตามมา
  • สมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐ (NRF) เปิดเผยว่า บรรดาผู้ค้าปลีกได้แสดงความผิดหวังที่คณะทำงานของประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กลยุทธ์ด้านภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลแสวงหาเครื่องมือใหม่ๆในการปรับปรุงความสัมพันธ์
ทางการค้าให้ดีขึ้น
  • สภาธุรกิจสหรัฐ-จีน (US China Business Council : USCBC) เปิดเผยว่า แผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์
ทรัมป์ที่จะกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้นนั้น จะไม่เอื้อต่อการทำข้อตกลง แต่จะนำไปสู่ความยากลำบากมากขึ้น
  • นักเศรษฐศาสตร์จากโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประ
ชุมเดือนก.ย.นี้ เมื่อประเมินจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำ
เข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนล้านดอลลาร์

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ