ข่าวอินโฟเควสท์
22:10 ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งกว่า 1% ทะลุ 1,530 ดอลลาร์ แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนตลาด   ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 1% ทะลุระดับ 1,530 ดอลลาร์ในวันนี…
22:01 ราคาน้ำมัน WTI ย่อตัว ขณะซาอุฯใกล้ฟื้นการผลิตน้ำมันถึงระดับปกติ   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการที่ซาอุดีอาระเบ…
21:43 เฟดชิคาโกเผยดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวสู่แดนบวก หลังร่วงแดนลบในเดือนก.ค.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed Na…
21:30 ดาวโจนส์ร่วง นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลก หลังเผยตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปซบเซา   ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลก หลังการเป…
21:16 "มาร์กิต"เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐสูงสุดรอบ 2 เดือนในก.ย.   ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนี…

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.85/87 อ่อนค่าจากช่วงเช้า หลังตลาดหุ้นร่วงตามทิศทางดาวโจนส์

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 17:43:26 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 30.85/87 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วง
เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.81/85 บาท/ดอลลาร์
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.81-30.90 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงเย็นเงินบาทปิดตลาดอ่อนค่าลงจากช่วง
เช้า คาดว่าเป็นผลจากที่ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดลดลงไป 15 จุด และระหว่างวันลดลงไปถึง 20 จุด ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงมาจากที่ตลาดหุ้นดาว
โจนส์ปิดลดลงไปมากถึง 800 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา
"บาทอ่อนวันนี้ ปัจจัยหลักๆ น่าจะเป็นผลจากที่ตลาดหุ้นไทยปิดลดไป 15 จุด ระหว่างวันมีลงไปถึง 20 จุด น่าจะ link มา
จากตลาดหุ้นดาวโจนส์ที่เมื่อคืนปิดลดลงไปเยอะ" นักบริหารเงินระบุ
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.75 - 30.90 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 105.90/93 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 105.88 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1150/1153 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1143 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,604.03 จุด ลดลง 15.42 จุด (-0.95%) มูลค่าการซื้อขาย 100,941 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 11,946.99 ลบ.(SET+MAI)
- รมว.คลัง ได้สร้างความเชื่อมั่นต่อคณะสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) ว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคง
แข็งแกร่ง และสามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมมาตรการเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ อย่างเร่ง
ด่วน เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศให้สามารถเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
ต่อไป
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับลดเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ลง แต่ยังไม่ได้ปรับ
ดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้ส่งผลบวกสุทธิต่อระบบเศรษฐกิจและภาคธุรกิจผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุนทางการ
เงินให้กับทั้งลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อย รวมประมาณ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.1% ของ
GDP
- ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองว่า ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน มีแนวโน้มบรรลุได้ยาก
ในปี 62 แม้สหรัฐจะเลื่อนการเก็บภาษี 10% ออกไปเป็น 15 ธ.ค.62 ความเสี่ยงต่อภาคการส่งออกไทยในปี 62 ยังคงสูง และมีโอกาสที่
การส่งออกจะหดตัวมากกว่าที่คาด หากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนในระยะข้างหน้ายังไม่มีความคืบหน้า โดยคาดการณ์อัตราการ
เติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 62 ที่ 3.1% และมูลค่าการส่งออกไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐหดตัว 1.6%
- ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลูกค้ารายย่อย โดยปรับอัตราดอกเบี้ยเงิน

กู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ MRR (Minimum Retail Rate) ลดลง 0.13% ต่อปี จาก 7.00% เหลือ 6.87% พร้อมทั้งปรับลดอัตรา

ดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี หรือ MOR (Minimum Overdraft Rate) ลดลง 0.13% ต่อปี เช่นกัน จาก 7.00%

เหลือ 6.87% ซึ่งทำให้เท่ากับ 2 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLR ลดลงจาก
6.250% เหลือ 6.125% อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลงจาก 7.000% เหลือ 6.875% และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลงจาก 6.750% เหลือ
6.625% มีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความโจมตีนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยกล่าวว่า
นายพาวเวล "เป็นคนไร้ทิศทาง" พร้อมกับตำหนินโยบายของเฟดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจถด
ถอย นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากเฟดไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบ
กับประเทศอื่นๆ
- ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า เกาหลีใต้ตั้งเป้าที่จะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แม้ญี่ปุ่นควบคุมการส่งออก
วัตถุดิบสำคัญให้กับเกาหลีใต้ก็ตาม
- รมว.คลังญี่ปุ่น ระบุว่า ตลาดการเงินกำลังเผชิญกับภาวะผันผวนสูง อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงสงคราม
การค้าระหว่างสหรัฐและจีน แต่ทั้งนี้ เชื่อว่าตลาดการเงินจะคลายความตื่นตระหนกได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่เปลี่ยนแปลงแผนที่จะ
ปรับขึ้นภาษีการขายตามกำหนดในเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้
- ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดเงินจำนวน 3 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 4.27 พันล้านดอลลาร์) เข้าสู่ตลาด
ผ่านทางข้อตกลง reverse repo ประเภทอายุ 7 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 2.55% โดย reverse repo เป็นกระบวนการที่ธนาคาร
กลางเข้าซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณิชย์ด้วยข้อตกลงที่จะขายคืนในอนาคต
- กลุ่มผู้ชุมนุมชาวฮ่องกงวางแผนชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวของ
กลุ่มยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แม้ว่า จะเกิดเหตุปะทะที่รุนแรงขึ้นในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายึดสนามบินฮ่องกงก็ตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง