ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.85/87 อ่อนค่าจากช่วงเช้า หลังตลาดหุ้นร่วงตามทิศทางดาวโจนส์

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday August 15, 2019 17:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.85/87 อ่อนค่าจากช่วงเช้า หลังตลาดหุ้นร่วงตามทิศทางดาวโจนส์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 30.85/87 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วง เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.81/85 บาท/ดอลลาร์

ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.81-30.90 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงเย็นเงินบาทปิดตลาดอ่อนค่าลงจากช่วง เช้า คาดว่าเป็นผลจากที่ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดลดลงไป 15 จุด และระหว่างวันลดลงไปถึง 20 จุด ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงมาจากที่ตลาดหุ้นดาว โจนส์ปิดลดลงไปมากถึง 800 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา

"บาทอ่อนวันนี้ ปัจจัยหลักๆ น่าจะเป็นผลจากที่ตลาดหุ้นไทยปิดลดไป 15 จุด ระหว่างวันมีลงไปถึง 20 จุด น่าจะ link มา จากตลาดหุ้นดาวโจนส์ที่เมื่อคืนปิดลดลงไปเยอะ" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.75 - 30.90 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 105.90/93 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 105.88 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1150/1153 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1143 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,604.03 จุด ลดลง 15.42 จุด (-0.95%) มูลค่าการซื้อขาย 100,941 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 11,946.99 ลบ.(SET+MAI)
  • รมว.คลัง ได้สร้างความเชื่อมั่นต่อคณะสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) ว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคง
แข็งแกร่ง และสามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมมาตรการเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ อย่างเร่ง
ด่วน เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศให้สามารถเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
ต่อไป
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับลดเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ลง แต่ยังไม่ได้ปรับ
ดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้ส่งผลบวกสุทธิต่อระบบเศรษฐกิจและภาคธุรกิจผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุนทางการ
เงินให้กับทั้งลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อย รวมประมาณ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.1% ของ
GDP
  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองว่า ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน มีแนวโน้มบรรลุได้ยาก
ในปี 62 แม้สหรัฐจะเลื่อนการเก็บภาษี 10% ออกไปเป็น 15 ธ.ค.62 ความเสี่ยงต่อภาคการส่งออกไทยในปี 62 ยังคงสูง และมีโอกาสที่
การส่งออกจะหดตัวมากกว่าที่คาด หากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนในระยะข้างหน้ายังไม่มีความคืบหน้า โดยคาดการณ์อัตราการ
เติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 62 ที่ 3.1% และมูลค่าการส่งออกไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐหดตัว 1.6%
  • ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลูกค้ารายย่อย โดยปรับอัตราดอกเบี้ยเงิน
กู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ MRR (Minimum Retail Rate) ลดลง 0.13% ต่อปี จาก 7.00% เหลือ 6.87% พร้อมทั้งปรับลดอัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี หรือ MOR (Minimum Overdraft Rate) ลดลง 0.13% ต่อปี เช่นกัน จาก 7.00%
เหลือ 6.87% ซึ่งทำให้เท่ากับ 2 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLR ลดลงจาก
6.250% เหลือ 6.125% อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลงจาก 7.000% เหลือ 6.875% และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลงจาก 6.750% เหลือ
6.625% มีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความโจมตีนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยกล่าวว่า
นายพาวเวล "เป็นคนไร้ทิศทาง" พร้อมกับตำหนินโยบายของเฟดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจถด
ถอย นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากเฟดไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบ
กับประเทศอื่นๆ
  • ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า เกาหลีใต้ตั้งเป้าที่จะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แม้ญี่ปุ่นควบคุมการส่งออก
วัตถุดิบสำคัญให้กับเกาหลีใต้ก็ตาม
  • รมว.คลังญี่ปุ่น ระบุว่า ตลาดการเงินกำลังเผชิญกับภาวะผันผวนสูง อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงสงคราม
การค้าระหว่างสหรัฐและจีน แต่ทั้งนี้ เชื่อว่าตลาดการเงินจะคลายความตื่นตระหนกได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่เปลี่ยนแปลงแผนที่จะ
ปรับขึ้นภาษีการขายตามกำหนดในเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดเงินจำนวน 3 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 4.27 พันล้านดอลลาร์) เข้าสู่ตลาด
ผ่านทางข้อตกลง reverse repo ประเภทอายุ 7 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 2.55% โดย reverse repo เป็นกระบวนการที่ธนาคาร
กลางเข้าซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณิชย์ด้วยข้อตกลงที่จะขายคืนในอนาคต
  • กลุ่มผู้ชุมนุมชาวฮ่องกงวางแผนชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวของ
กลุ่มยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แม้ว่า จะเกิดเหตุปะทะที่รุนแรงขึ้นในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายึดสนามบินฮ่องกงก็ตาม

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ