ข่าวอินโฟเควสท์
08:27 TM จะลงทุน 80% ในโครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุในกทม. มูลค่า 166.45 ลบ.   บมจ.เทคโนเมดิคัล (TM) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวานนี้ (2…
08:15 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 23 ก.ย. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 สิงหาคม 25…
08:13 บล.ทิสโก้ เปิดชื่อหุ้น SET50 ที่เงินอาจไหลออกมากที่สุด หลังกองทุนดัชนีเตรียมปรับนน.หุ้นรายตัว รับ IPO ขนาดใหญ่   นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำ…
08:08 สรุปรายชื่อหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ตั้งแต่ 23 ก.ย.62   ตารางแสดงชื่อหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2562 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจ…
08:05 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 100 จุดเช้านี้ หลังสหรัฐ-จีนยันเจรจาการค้าเป็นไปอย่างสร้างสรรค์   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเช้…

(เพิ่มเติม1) สศค.ลุ้นมาตรการกระตุ้นดัน GDP ปีนี้มีโอกาสโตถึง 3.5% หลังสงครามการค้าทำส่งออกหดตัวกดดันศก.ชะลอ

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 17:29:46 น.

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง กระทรวงการคลังได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมา จึงได้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 62 และรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงการบรรเทาค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง และเกษตรกรรายย่อย ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในวันนี้แล้ว คาดว่าจะมีเม็ดเงินพร้อมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทันทีในเดือน ส.ค.นี้

"จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีปัญหาชะลอตัว ทำให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเพื่อประคองเศรษฐกิจไทยให้ยังเดินหน้าต่อได้ โดยคาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 62 วงเงินดำเนินการ 3.16 แสนล้านบาทนี้ จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวเพิ่มได้อีก 0.5% และเชื่อว่ามีโอกาสและความเป็นไปได้สูงที่สิ้นปีจีดีพีจะขยายตัวได้ถึง 3.5%"นายลวรณ กล่าว

สศค.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 62 จะขยายตัวได้ 3% (กรอบ 2.8-3.2%) ชะลอตัวลงจากปี 61 ที่ขยายตัวได้ 4.1% จากปัจจัยอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวลงเป็นสำคัญ อันเป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและปริมาณการค้าโลกที่ชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศต่างๆ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในปีนี้มีแนวโน้มหดตัวลง -0.9% (กรอบ -1.1 ถึง -0.7%) จากคาดการณ์เดิมที่ 3.4%

อย่างไรก็ดี ในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าจะขยายตัวมากกว่าปีก่อนที่ 40 ล้านคน จากคาดการณ์เดิมที่ 38.3 ล้านคน เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายระยะเวลามาตรการยกเลิกค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) ส่วนการบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.1% จากคาดการณ์เดิมที่ 4.6% จากผลกระทบที่ส่งผ่านจากอุปสงค์ภายนอกที่ลดลง แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามการจ้างงาน และรายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับการสนับสนุนจากมาตรการสวัสดิการต่าง ๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.9% สอดคล้องกับการลงทุนภาครัฐที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.3% ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ จะอยู่ที่ 1% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.8-1.2% ปรับตัวลดลงจากปีก่อนตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีทิศทางลดลง ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจนอกประเทศ คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 33.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 6.1% ของจีดีพี

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศนั้น คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ จะอยู่ที่ 1% (กรอบ 0.8-1.2%) ลดลงจากปีก่อน ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีทิศทางลดลง ขณะที่เสถียภาพเศรษฐกิจภายนอกประเทศ คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 33.3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 6.1% ของ GDP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง