รมช.พาณิชย์ ลงพื้นที่จ.นครราชสีมา เดินหน้าต่อยอดพัฒนานครชัยบุรินทร์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานราก

ข่าวเศรษฐกิจ Friday August 30, 2019 10:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รมช.พาณิชย์ ลงพื้นที่จ.นครราชสีมา เดินหน้าต่อยอดพัฒนานครชัยบุรินทร์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานราก

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ลงพื้นที่จ.นครราชสีมา และประชุมร่วมระหว่างผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ทูตพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางในการขยายตลาดร่วมกับภาคเกษตรกร และผู้ประกอบการ SMEs เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตร และสินค้าท้องถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก้าวจากการเป็นสินค้าภูมิภาคไปสู่ตลาดโลก โดยมีสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูปหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด และผลไม้

รมช.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมสรุปแนวทางในการผลักดันสินค้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ก้าวไปสู่ตลาดโลก ได้แก่ มันสำปะหลังไปตลาดญี่ปุ่นและอินเดีย สินค้าข้าวไปตลาดสหรัฐอเมริกาและฮ่องกง สินค้าแฟชั่นประเภทผ้าผืนไปประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป

รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ครั้งก่อนที่ได้ลงไปหารือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าขายในพื้นที่กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ อันประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง โดยได้คัดเลือกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจพื้นฐานของภาคอีสาน กิจกรรมภายในงานมีการให้คำแนะนำการเจาะตลาดเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทูตพาณิชย์ว่าสินค้าใดบ้างที่มีศักยภาพในการเข้าไปเจาะตลาดในประเทศต่างๆ รวมถึงแนวทางและวิธีการในการเจาะตลาดแต่ละประเทศ เพื่อบุกเข้าสู่ตลาดโลกถือเป็นการหาช่องทางตลาดส่งออกใหม่ๆให้กับสินค้าของไทย กิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ รวมถึงให้บริการข้อมูลคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้จะมอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้กับชุมชน จำนวน 4 รายการ ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน และกาแฟวังน้ำเขียว

"ทูตพาณิชย์ได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสินค้า และช่องทางการบุกตลาด ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าหลักจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ส่งออก ได้แก่ มันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง ข้าวหอมมะลิ และผลิตภัณฑ์จากข้าว สินค้าแฟชั่น ผ้าย้อมคราม เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีนและฮ่องกง ซึ่งจากการลงพื้นที่และการประสานความร่วมมือในการพัฒนา ต่อยอดผลิตภัณฑ์และสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการส่งออกสินค้าท้องถิ่นที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผลักดันให้เป้าหมายการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ตามมติ ครม." นายวีรศักดิ์ กล่าว

รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการลงพื้นที่เพื่อรับทราบศักยภาพของการผลิต และหาแนวทางการขยายตลาดร่วมกับภาคเกษตรกร และผู้ประกอบการ SMEs เช่น โรงงานแปรรูปมันสำปะหลังครบวงจร และการเยี่ยมชมสินค้า GI ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เป็นต้น ซึ่งในส่วนของมันสำปะหลังกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเสริมทั้งในส่วนของมันเส้น และแป้งมันสำปะหลังซึ่งเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ปัจจุบันมันสำปะหลังมีตลาดส่งออกที่สำคัญคือ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และไต้หวัน ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกในครึ่งปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,688.46 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสินค้า GI เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนนั้นก็ได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ของตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวน ของใช้เครื่องประดับแฟชั่น เป็นต้น ซึ่งชุมชนด่านเกวียนคือชุมชนที่กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนให้เป็นชุมชนอี -คอมเมิร์ซต้นแบบของประเทศ ภายใต้ชื่อ "สมาร์ทวิลเลจออนไลน์" ซึ่งเป็นการประยุกต์จากหมู่บ้านต้นแบบ หมู่บ้านเถาเป่า (Taobao Village Model) มาใช้กับผู้ประกอบการสินค้าโอทอปและสินค้าชุมชนของไทยที่มีการรวมกลุ่มของคนในชุมชนเพื่อให้เกิดเป็นชุมชน อี-คอมเมิร์ซต้นแบบของประเทศไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ