คมนาคมถกถกแนวทางลดค่าโดยสารขนส่งระบบรางคาดเริ่มใช้ภายในปลายปีนี้

ข่าวเศรษฐกิจ 6 กันยายน พ.ศ. 2562 18:20 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารการขนส่งทางราง ว่า ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้งหมดมาร่วมพิจารณาแนวทางการส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางในระบบขนส่งมวลชนโดยมีการลดภาระค่าครองชีพด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในเบื้องต้นได้ข้อสรุป 2 แนวทาง ได้แก่ 1.การส่งเสริมการใช้ตั๋วเดือน (จำกัดจำนวนเที่ยว) ของผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าในรายที่ยังไม่มีการดำเนินงานหรือยังไม่เปิดให้สามารถดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนใช้บริการตั๋วแบบรายเดือน ได้แก่ การเดินทางในโครงข่ายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (สายสีแดง) และโครงข่ายรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง)

ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางและเห็นชอบในหลักการร่วมกันในการส่งเสริมมาตรการดังกล่าว เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว ได้แก่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS ที่ให้บริการส่งเสริมการเดินทางโดยระบบตั๋วโดยสารแบบรายเดือน โดยผู้ให้บริการรายอื่นๆ ได้รับหลักการในที่ประชุม ซึ่งต้องนำเสนอในรายละเอียดต่อคณะกรรมการของแต่ละหน่วยงานโดยเร็วในลำดับต่อไป

2.การส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางในช่วงเวลาที่ความจุของรถไฟฟ้าไม่เต็มประสิทธิภาพ (Non-Peak hours) หรือในช่วงนอกระยะเวลาเร่งด่วน ทั้งนี้ ปัจจุบันประชาชนเดินทางในช่วงระยะเวลาเร่งด่วน (Peak hours) ในช่วงเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะมีผู้โดยสาร 55% ของการเดินทาง ส่วนช่วงนอกระยะเวลาเร่งด่วน (Non-Peak hours) ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 13 ชั่วโมงนั้นจะมีปริมาณผู้โดยสาร 45% ของการเดินทาง อีกทั้งกรอบระยะเวลาที่กำหนดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนกับนอกเวลาเร่งด่วนมีความแตกต่างกัน

ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นชอบร่วมกันในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้โครงข่ายรถไฟฟ้าที่เต็มประสิทธิภาพในช่วงชั่วโมงที่มีความจุของรถไม่เต็มประสิทธิภาพให้เติมเต็มการให้ประโยชน์ซึ่งจะก่อให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่รัฐได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางรางให้ประชาชนได้ใช้บริการได้เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบให้แต่ละหน่วยงานจัดทำรายละเอียด เช่น อัตราค่าโดยสารขั้นสูงในช่วงนอกระยะเวลาเร่งด่วน (Non - Peak hours) และการกำหนดกรอบเวลาของชั่วโมงเร่งด่วนให้ตรงกันในแต่ละระบบ รวมทั้งรูปแบบที่เหมาะสมของตั๋วรายเดือน ราคาต่อเที่ยวที่เหมาะสม รวมทั้งกรอบระยะเวลาที่สามารถดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว และประชุมคณะกรรมการอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ โดยคาดว่านำเสนอกระทรวงคมนาคมได้ภายในปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อเริ่มดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ภายในปลายปี 2562

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางให้ใช้ระบบขนส่งทางรางได้มากขึ้น การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ผู้โดยสารในระบบเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและปัญหามลพิษในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

โดยหน่วยงานที่ร่วมประชุมวันนี้ ประกอบด้วย สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักปลัดกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส

ขณะที่ นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้โดยสารที่ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์เรลลิงค์ และเป็นการจูงใจให้มาใช้บริการนอกชั่วโมงเร่งด่วน

บริษัท รฟฟท.ได้หารือกับกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง และการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จะดำเนินมาตรการลดอัตราค่าโดยสารลงอีกร้อยละ 40 แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา คือ ระหว่างเวลา 05.30-07.00 น. ช่วงที่ 2 ระหว่างเวลา 10.00-17.00 น. และช่วงที่ 3 ระหว่างเวลา 20.00-24.00 น. จากอัตราค่าโดวยสารปกติ เริ่มต้นที่ 15-45 บาท เหลือ 15-25 ตามระยะทาง เป็นระยะเวลา 3 เดือน คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. พิจารณาอนุมัติภายในเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้คาดว่าในเดือนธันวาคมนี้ผู้โดยสารจะสามารถนำระบบตั๋วร่วมมาใช้บริการของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ได้

สำหรับปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ในปัจจุบัน หลังจากนำขบวนรถมาให้บริการครบทั้ง 9 ขบวน สามารถให้บริการผู้โดยสารทุก 8 นาที เฉลี่ยมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 75,000 เที่ยวคนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 14 ที่มีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ย 65,000-68,000 เที่ยวคนต่อวัน และมีผู้โดยสารถือบ้ตรโดยสารประมาณ 300,000 ใบ ดดยในช่วงวันจันทร์-พฤหัสบดีมีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ย 80,000 เที่ยวคนต่อวัน วันศุกร์ใช้บริการประมาณ 90,000 เที่ยวคนต่อวัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ