เวิลด์แบงก์ มอง ศก.เอเชียตะวันออก-แปซิฟิกโตลดลงจากความตึงเครียดทางการค้า-ความไม่แน่นอนของศก.โลกเพิ่มขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 11:45 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกชะลอการเติบโตลงจากเดิมที่ 6.3% ในปี 61 มาเป็น 5.8% ในปี 62 จากนั้นคาดว่าจะเติบโต 5.7% และ 5.6% ในปี 63 และ 64 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตด้านการส่งออกและกิจกรรมด้านการผลิตที่ลดลงในวงกว้าง เวิลด์แบงก์ ระบุอีกว่า รายงาน East Asia and Pacific Economic Update ฉบับเดือน ต.ค.62 ภายใต้ชื่อ Weathering Growing Risks ซึ่งเปิดตัววันนี้ พบว่าอุปสงค์ของตลาดโลกที่อ่อนตัวลง รวมถึงอุปสงค์จากจีนก็ลดลงไปด้วย และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยังมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ส่งผลให้การเติบโตด้านการส่งออกและการลงทุนลดลง นับเป็นบททดสอบความยืดหยุ่นในการรับมือด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้

ในภูมิภาคนี้ ไม่รวมจีน การบริโภคยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าไปเล็กน้อย เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินและการคลัง ในขณะเดียวกันประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในภูมิภาคยังเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์และเหมืองแร่ สะท้อนให้เห็นถึงบริบทของแต่ละประเทศที่มีลักษณะเฉพาะตัว

"เมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการลดความยากจนก็จะลดลง" นางวิคตอเรีย กวากวา รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกล่าว

"ขณะนี้ เราคาดการณ์ว่าประชากรเกือบหนึ่งในสี่ของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจนของประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงที่ 5.5 เหรียญสหรัฐต่อวัน คือประชากรเกือบ 7 ล้านคน ที่เราได้คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในเวลานั้นเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ยังคงเติบโตแข็งแรง"นางวคตอเรีย กล่าวเพิ่มเติม

รายงานนี้ระบุอย่างชัดเจนว่าความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ในระยะยาว ในขณะที่บางประเทศหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนรูปแบบการค้าโลกใหม่ แต่ทว่าความไม่ยืดหยุ่นของห่วงโซ่มูลค่าโลกจะทำให้ประเทศในภูมิภาคไม่ได้รับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าวในระยะใกล้

"ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ พยายามหาหนทางเพื่อลบเลี่ยงภาษีศุลกากร ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะสามารถทดแทนบทบาทของจีนในห่วงโซ่มูลค่าโลกได้ในระยะสั้น เนื่องจากการขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอและกำลังผลิตยังมีขนาดเล็ก" นายแอนดรู เมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกล่าว

รายงานนี้ได้เตือนถึงความเสี่ยงด้านลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะรุนแรงมากขึ้น ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ยืดเยื้อจะส่งผลเสียต่อการเติบโตของการลงทุนอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูง เศรษฐกิจของจีนที่ลดการเติบโตลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ปัญหาในภาคพื้นสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเรื่อง Brexit ที่ยังไม่ลงตัวอาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าส่งออกจากภูมิภาคนี้ลดลง

นอกจากนี้ ระดับหนี้ที่อยู่ในระดับสูงและกำลังเพิ่มขึ้นในบางประเทศนั้นส่งผลให้การใช้นโยบายการคลังและการเงินเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมีข้อจำกัด อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาวะการเงินโลกที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันอาจทำให้การกู้ยืมมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น การเติบโตของสินเชื่อยังซบเซา และอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนและการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค

จากการที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น รายงานนี้ได้ให้คำแนะนำแก่ประเทศต่าง ๆ ให้เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมในการใช้มาตรการด้านการคลังหรือนโยบายการเงินเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยต้องปกป้องความยั่งยืนด้านการคลังและหนี้ไปพร้อม ๆ กัน ประเทศในภูมิภาคนี้จะได้รับประโยชน์จากการเปิดการค้า และจากการรวมตัวด้านการค้าในภูมิภาคให้มากกว่าเดิม

ขณะที่ความขัดแย้งเรื่องการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ต้องปฏิรูปเพื่อปรับปรุงผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการปฏิรูปด้านกฎระเบียบข้อบังคับซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศการค้าและการลงทุนมีความสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะดึงดูดการเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า เทคโนโลยี และการถ่ายทอดความรู้


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว